ขุนคลังยูโรโซนเตรียมบรรลุข้อตกลงแผนช่วยเหลือกรีซรอบ 2 วันจันทร์นี้เพื่อให้ตลาดเชื่อมั่นฐานะการเงินของรัฐบาลยูโรโซนมากขึ้น
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูโรโซนจะประชุมกันที่กรุงบรัสเซลส์ ในวันที่ 6 ก.พ.ระหว่างเวลา 15.00-21.00 น.ตามเวลาปรัเทศไทย เพื่อจัดเตรียมรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซ และจะมีการยื่นมาตรการดังกล่าวต่อรัฐมนตรีคลังยูโรโซน เพื่อทำการอนุมัติในการประชุมนัดพิเศษเวลา 23.00 น.ตามเวลาประเทศไทย
ข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซในครั้งนี้ จะครอบคลุมถึงเงินช่วยเหลือรอบใหม่จากทางการยูโรโซ ขนาดของผลขาดทุนที่ภาคธนาคารและเอกชนรายอื่นๆที่ถือครองพันธบัตรกรีซ เต็มใจจะยอมรับ รวมทั้งมาตรการปฏิรูปที่รัฐบาลกรีซจำเป็นต้องปฏิบัติตาม
การบรรลุข้อตกลงในครั้งนี้ จะช่วยยุติภาวะไม่แน่นอนที่ดำเนินมานานหลายเดือน เกี่ยวกับความเสียหายที่ภาคเอกชนจะยินยอมแบกรับ และความไม่แน่นอน เกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้อย่างยั่งยืนของรัฐบาลกรีซ
ขณะนี้กรีซ มีหนี้สินในสัดส่วน 160 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) และความไม่แน่นอนในเรื่องนี้ ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของหลายประเทศในยูโรโซนพุ่งสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
นายโอลลี เรห์น กรรมาธิการเศรษฐกิจและการเงินของสหภาพยุโรป(อียู) กล่าวว่า ได้ดำเนินการเจรจาไปมากแล้ว และน่าจะสามารถปิดการเจรจาได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อีกทั้งกำลังเจรจาเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซรอบ 2 โดยขณะนี้กรีซ จำเป็นต้องตกลงว่าจะดำเนินการปฏิรูป
ผู้นำอียู เคยตกลงกันในเดือนต.ค. 2554ว่า จะปล่อยกู้ให้แก่กรีซอีกเป็นจำนวนเงินราว 1.30 แสนล้านยูโร ถ้าหากเจ้าหนี้ยอมลดหนี้ให้แก่กรีซราวครึ่งหนึ่ง ซึ่งมาตรการปรับลดหนี้ดังกล่าวเรียกว่า การมีส่วนร่วมของภาคเอกชน (พีเอสไอ) ซึ่งซีอีโอของธนาคารดอยช์ แบงก์กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ถือครองพันธบัตรของกรีซ พร้อมที่จะแบกรับผลขาดทุนราว 70 % เมื่อเทียบกับมูลค่าการลงทุนสุทธิของตนเองในพันธบัตรกรีซในปัจจุบัน
นายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานกลุ่มยูโรกรุ๊ป (กลุ่มรัฐมนตรีคลังยูโรโซน) กล่าวว่า การเจรจาระหว่างรัฐบาลกรีซกับเอกชนผู้ถือครองพันธบัตรมีความยากลำบากเป็นอย่างมาก
นายยุงเกอร์ กล่าวว่า ผลการประชุมสุดยอดผู้นำอียูในวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมาไม่เพียงพอ ที่จะช่วยแก้วิกฤติหนี้ยูโรโซน และจำเป็นต้องมีการดำเนินขั้นตอนต่อไป เพื่อคุมเข้มกฎเกณฑ์ทางการคลังสำหรับประเทศสมาชิกยูโรโซน 17 ประเทศ
ในการประชุมสุดยอดครั้งนั้น ผู้นำยูโรโซน ได้เรียกร้องให้มีการเร่งรัดการทำข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการให้ความช่วยเหลือกรีซรอบ 2 หลังจากมาตรการช่วยเหลือรอบแรกในวงเงิน 1.10 แสนล้านยูโรจะหมด
อายุลงในปีนี้
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จ่ายเงินสมทบเป็นจำนวน 3 หมื่นล้านยูโรให้แก่มาตรการช่วยเหลือกรีซรอบแรกที่มีวงเงิน 1.10 แสนล้านยูโร โดยรัฐบาลยูโรโซน คาดหวังว่าไอเอ็มเอฟจะเข้ามามีส่วนร่วมในมาตรการให้ความช่วยเหลือรอบ 2 ด้วยการจ่ายเงินสมทบราว 1 ใน 3 แต่ไอเอ็มเอฟ ยังไม่ได้ให้สัญญาที่ชัดเจนในเรื่องนี้
เจ้าหน้าที่บางรายกล่าวว่าพีเอสไอ ถือเป็นเพียงส่วนประกอบเดียวเท่านั้น ในข้อตกลงครั้งนี้ โดยขณะนี้จุดสนใจได้มุ่งไปที่มาตรการปฏิรูปใหม่ที่รัฐบาลกรีซ จำเป็นต้องปฏิบัติตามเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือ รวมทั้งประเด็นที่ว่า รัฐบาลยูโรโซนและสถาบันต่างๆจะจ่ายเงินสมทบมากเพียงใดในการช่วยเหลือกรีซ โดยมาตรการเหล่านี้ ตั้งเป้าที่จะทำให้หนี้สินของกรีซมีสัดส่วนลดลงสู่ 120 % ของจีดีพีภายในปี 2563 จาก 160 % ในปัจจุบัน
รมว.คลังยูโรโซน ระบุว่า ทุกพรรคการเมืองในกรีซจะต้องลงนามในหนังสือสัญญาว่า พวกเขาจะปฏิบัติตามข้อตกลงในการปฏิรูปภายใต้มาตรการช่วยเหลือรอบ 2 โดยมีเงื่อนไขว่า กรีซจะต้องปรับลดงบรายจ่าย 1 %ของจีดีพี หรือมากกว่า 2 พันล้านยูโรในปีนี้ ซึ่งรวมถึงการปรับลดงบรายจ่ายด้านกลาโหมและสาธารณสุข
เจ้าหน้าที่ยูโรโซนคนหนึ่งกล่าวว่า เรื่องทั้งหมดนี้มีความเชื่อมโยงกัน โดยการตกลงกันเรื่องพีเอสไอ ไม่สามารถกระทำได้ ถ้าหากยังไม่มีการตกลงกันในส่วนอื่นๆในมาตรการนี้ เพราะว่าการดำเนินโครงการพีเอสไอ จำเป็นต้องได้รับเงินทุนจากทางการยูโรโซนในมาตรการให้ความช่วยเหลือรอบ 2
ด้านนายกรัฐมนตรีลูคัส ปาปาเดมอสของกรีซ เตรียมเรียกประชุมผู้นำพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 3 พรรคของกรีซ เพื่อขอให้พวกเขาให้การสนับสนุนมาตรการปฏิรูปประเทศ โดยพรรคการเมือง 3 พรรคนี้ ประกอบด้วยพรรคปาซอก ซึ่งเป็นพรรคสังคมนิยม พรรคนิว เดโมเครซี ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษ์นิยม และพรรค ลาออส ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น