วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

สื่อเผยธนาคาร-บริษัทจีนลดทำธุรกรรมในยูโรโซน

สื่อเผยธนาคาร-บริษัทจีนลดทำธุรกรรมในยูโรโซน และยังลดการออกผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่งสินทรัพย์สกุลยูโร
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล นิวส์ ของทางการจีนรายงานว่า ธนาคารและบริษัทของจีนในเมืองท่าเทียนจิน ปรับลดการลงทุนในยุโรปขณะที่วิกฤติหนี้ยูโรโซนลุกลาม
ผลผลสำรวจธนาคาร 53 แห่งและบริษัท 15 แห่งของผู้ควบคุมกฏระเบียบปริวรรตเงินตราพบว่า มีธนาคาร 11 แห่งที่ปรับลดหรือยุติการทำธุรกรรมทางการเงินสำหรับประเทศในยุโรปที่ความเสี่ยงด้านหนี้สินสูง ระงับการทำธุรกรรมตราสารอนุพันธ์กับธนาคารของยุโรป ลดหรือยุติการปล่อยกู้ให้กับธนาคารต่างชาติโดยเฉพาะจากยุโรป
นอกจากนี้ ยังลดการออกผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่งสินทรัพย์สกุลยูโร เนื่องจากยูโรที่อ่อนค่าส่งผลให้ผลประกอบการติดลบในปีที่ผ่านมา
บริษัทของจีนได้ถอนการลงทุนขณะที่ผู้นำยุโรป เรียกร้องให้รัฐบาลจีน ให้การสนับสนุนกองทุนช่วยเหลือยุโรป แม้ผู้นำจีนแสดงความเชื่อมั่นในประเทศยุโรป แต่ก็ไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาที่หนักแน่นในการช่วยเหลือด้านการเงิน โดยเรียกร้องให้ยุโรปดำเนินมาตรการด้วยตัวเองไปก่อน
ทั้งนี้  ยุโรป เป็นตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดอันดับสองของเทียนจิน รองจากสหรัฐ แต่กลุ่มผู้ส่งออกจีน กำลังพยายามที่จะขายสินค้าในประเทศมากขึ้นหรือทำธุรกิจในตลาดเกิดใหม่ เพื่อลดการการพึ่งพายูโรโซน
ผลสำรวจบ่งชี้ว่า บริษัทจีน กำลังเร่งอัตราการขยายตัวในต่างประเทศโดยใช้ความได้เปรียบจากหยวนที่แข็งค่า และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ซบเซาในยุโรปและสหรัฐ

20 อันดับต่าชาติเข้าซื้อ 6/2/55

Date : 06/02/2012
 SymbolVolume (Share)   % *
  BuySellTotalNet 
1BLAND10,005,0002,174,00012,179,0007,831,00014.67
2AP6,851,900110,5006,962,4006,741,40027.01
3GLOBAL4,258,600-4,258,6004,258,60030.83
4ZMICO4,471,300310,3004,781,6004,161,00014.33
5THRE3,998,90055,0004,053,9003,943,90016.88
6KBANK5,035,8001,210,0886,245,8883,825,71244.22
7IVL4,648,0001,108,7005,756,7003,539,3004.56
8LANNA2,575,70058,8002,634,5002,516,90019.73
9JAS2,614,300200,0002,814,3002,414,3001.46
10TISCO2,607,236352,7002,959,9362,254,53634.71
11EARTH2,608,200543,9003,152,1002,064,3001.74
12BBL4,195,6002,169,0006,364,6002,026,60038.15
13TOP1,541,30032,2001,573,5001,509,10012.32
14GJS1,500,000-1,500,0001,500,0001.61
15RS1,935,000578,0002,513,0001,357,0005.66
16KGI1,282,00020,0001,302,0001,262,00011.7
17TRUBB1,282,00030,0521,312,0521,251,9483.65
18CENTEL1,522,600329,0001,851,6001,193,60028.47
19MAJOR2,516,3001,388,6003,904,9001,127,70052.24
20BAY9,847,8008,814,04018,661,8401,033,76042.5

ยูโรอ่อนค่าเทียบดอลลาร์เหตุปัญหาหนี้กรีซ

ยูโรอ่อนค่าเทียบดอลลาร์หลังกรีซเลื่อนรับเงื่อนไขรับความช่วยเหลือรอบใหม่ออกไปอีก
สกุลเงินยูโรร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 ก.พ.) เนื่องจากกลุ่มผู้นำทางการเมืองของกรีซได้เลื่อนเวลาการตัดสินใจเกี่ยวกับเงื่อนไขในการรับความช่วยเหลือรอบใหม่ออกไปอีก สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่ากรีซอาจจะไม่รอดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้
ทั้งนี้ สกุลเงินยูโรร่วงลง 0.11% แตะที่ 1.3129 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.3143 ดอลลาร์ และยูโร อ่อนค่าลงแตะ 100.11 เยน จาก 100.83 เยน  ขณะที่ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเทียบกับอีก 6 สกุลเงิน ปรับตัวขึ้น 0.6% แตะ 79.451
ส่วนดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อคืนนี้ (6 ก.พ.) จากความวิตกกังวลที่ว่า กรีซอาจจะผิดนัดชำระหนี้ หลังจากการเจรจาเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซต้องยืดเยื้อออกไป
บรรดาผู้นำอียูเรียกร้องให้รัฐบาลกรีซจัดทำแผนรัดเข็มขัดชุดใหม่เพื่อแลกกับความช่วยเหลือวงเงิน 1.30 แสนล้านยูโร รวมถึงการล้างหนี้ของเจ้าหนี้ภาคเอกชน โดยรัฐบาลกรีซจำเป็นต้องได้เงินช่วยเหลือดังกล่าวภายในเดือนมีนาคมนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้
ทั้งนี้ นายลูคัส ปาปาเดมอส นายกรัฐมนตรีกรีซ และหัวหน้าพรรคการเมืองอีกสามพรรคที่ให้การสนับสนุนรัฐบาล จะประชุมร่วมกันอีกครั้งในช่วงเที่ยงวันนี้ตามเวลากรุงเอเธนส์ เพื่อหารือในรายละเอียดของข้อตกลงให้เป็นไปตามเงื่อนไขของอียูและไอเอ็มเอฟ
ขณะเดียวกัน ในวันนี้ นางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และนายนิโกลาส์ ซาร์โกซี ประธานาธิบดีฝรั่งเศส มีกำหนดที่จะประชุมร่วมกันที่กรุงปารีส เพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขวิกฤตหนี้กรีซและยูโรโซนด้วย

หนี้สาธารณะกรีซทะยานใกล้160%ของจีดีพี

ยูโรสแตทเผยตัวเลขหนี้สาธารณะกรีซไตรมาส 3 ปี 2554 พุ่งสู่ระดับ 159.1% ของจีดีพีประเทศ
สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป(ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า ตัวเลขหนี้สาธารณะของกรีซพุ่งขึ้นสู่ระดับ 159.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2554 เพิ่มขึ้นจากระดับ 154.7% ของจีดีพี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในกลุ่มยูโรโซน สะท้อนให้เห็นว่า กรีซยังคงเผชิญกับภาระหนี้สินมูลค่ามหาศาล แม้รัฐบาลพยายามลดการใช้จ่ายลงจำนวนมากก็ตาม
ขณะเดียวกัน  ยูโรสแตท  ระบุว่า อิตาลีสามารถจัดการตัวเลขหนี้สินให้ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 119.6% ต่อจีดีพี จากระดับ 121.2% ในไตรมาส 2 ส่วนตัวเลขหนี้สินโดยรวมของ 17 ประเทศยูโรโซนปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 87.4% ของจีดีพี จากระดับ 87.7% ในไตรมาส 2
ทั้งนี้ ยูโรสแตท ได้จัดลำดับตัวเลขหนี้ของ 17 ประเทศยูโรโซน ช่วงไตรมาส 3 ปี 2554 ไว้ดังนี้ 1. กรีซ หนี้สิน 159.1% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 154.7% 2. อิตาลี 119.6% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 121.2% 3. โปรตุเกส 110.1% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 106.5% 4. ไอร์แลนด์ 104.9% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 102.3% 5. เบลเยี่ยม 98.5% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 98.0% 6. ฝรั่งเศส 85.2% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 86.0%
เยอรมนีอันดับ 7 มีหนี้สาธารณะ 81.8% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 82.0% 8. ออสเตรีย 71.6% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 72.2% 9. มอลตา 70.3% ของจีดีพีลดลงจากระดับ 71.9% 10. ไซปรัส 67.5% ของจีดีพี ทรงตัว
อันดับ11. สเปน 66% ของจีดีพี ทรงตัว 12. เนเธอร์แลนด์ 64.5% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 63.8% 13. ฟินแลนด์ 47.2% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 45.6% 14. สโลเวเนีย 44.4% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 44.5%
อันดับ 15. สโลวาเกีย 42.2% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 42.7%  อันดับ 16. ลักเซมเบิร์ก 18.5% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 18.8% และสุดท้ายคือ เอสโทเนียมีหนี้สาธารณะ 6.1% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 6.3%

วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

อิตาลีเรียกร้องความสามัคคีกอบกู้วิกฤติหนี้

นายกรัฐมนตรีอิตาลี เรียกร้องให้มีความสามัคคีในกลุ่มประเทศสมาชิกอียูเพื่อจัดการวิกฤตหนี้
นายกรัฐมนตรีมาริโอ มอนติของอิตาลี เรียกร้องให้มีความสามัคคีในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ในความพยายามที่จะจัดการวิกฤตหนี้ พร้อมระบุว่า วิกฤตหนี้ได้ทำให้บรรยากาศของยุโรปมีความเข้าใจที่ผิดและมีอคติ ระหว่างกลุ่มประเทศทางเหนือ ทางใต้ ประเทศใหญ่ ประเทศเล็ก
นอกจากนี้ นายมอนติ ยังเรียกร้องให้มีการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ  ในการยับยั้งไม่ให้ความขุ่นเคืองใจดังกล่าวลุกลามออกไป เพราะสถานการณ์ขุ่นเคืองใจที่เกิดขึ้น เป็นอันตรายรุนแรงและมีแนวโน้มยืดเยื้อ ในระยะยาวมากกว่าวิกฤตหนี้ยูโรโซนเอง
“กระบวนการของความขัดแย้งทางการเมืองมากขึ้นระหว่างกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราอยู่ในกระบวนการของการรวมกลุ่มทางการเมืองมากขึ้น เราไม่เพียงต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหา แต่ยังต้องเป็นไปในเชิงปรองดองด้วย และเราต้องดำเนินการในวิถีทาง ที่จะสามารถให้คำมั่นสัญญา ที่สมเหตุสมผลเกี่ยวกับอนาคตที่สดใสขึ้น" ผู้นำอิตาลี กล่าว
ด้านเจ้าหน้าที่กรีซ  ยังคงหารือต่อเนื่องรอบใหม่  กับกลุ่มเจ้าหนี้เอกชนในกรุงเอเธนส์  ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยมีวัตถุประสงค์ในการบรรลุข้อตกลงที่สำคัญ 2 ฉบับเกี่ยวกับแผนสวอปหนี้กรีซ และเงื่อนไขของมาตรการช่วยเหลือรอบ 2 เพื่อให้กรีซเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้
“หลายประเด็นได้รับการแก้ไขไปแล้ว แต่ยังมีหัวข้อสำคัญบางประการที่ยังคงไม่ได้ข้อสรุป" นายอีแวนเจลอส เวนิเซลอส รัฐมนตรีคลังของกรีซ  กล่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมอีกครั้ง กับคณะผู้แทนจ้าหน้าที่ตรวจสอบของสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เกี่ยวกับมาตรการเงินกู้ช่วยเหลือรอบ 2 มูลค่า 1.30 แสนล้านยูโร (1.7091 แสนล้านดอลลาร์)
รัฐบาลกรีซ  ได้หารือกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดังกล่าวในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับเงื่อนไขสำหรับการให้เงินช่วยเหลือต่อไปแก่กรีซ ซึ่งหลังการประชุมทางโทรศัพท์ของรัฐมนตรีคลังยูโรโซนเมื่อบ่ายวานนี้  ได้มีความคืบหน้าและคาดว่า นายกรัฐมนตรีลูคัส ปาปาเดมอสของกรีซ  จะหารืออีกครั้ง  เกี่ยวกับร่างข้อตกลงกับผู้นำของ 3 พรรคการเมือง ที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลเฉพาะกาลของเขาในวันนี้
 

ประชุมยูโรโซนจันทร์นี้ชี้ชะตาแผนอุ้มกรีซรอบ 2

ขุนคลังยูโรโซนเตรียมบรรลุข้อตกลงแผนช่วยเหลือกรีซรอบ 2 วันจันทร์นี้เพื่อให้ตลาดเชื่อมั่นฐานะการเงินของรัฐบาลยูโรโซนมากขึ้น
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูโรโซนจะประชุมกันที่กรุงบรัสเซลส์ ในวันที่ 6 ก.พ.ระหว่างเวลา 15.00-21.00 น.ตามเวลาปรัเทศไทย เพื่อจัดเตรียมรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซ และจะมีการยื่นมาตรการดังกล่าวต่อรัฐมนตรีคลังยูโรโซน เพื่อทำการอนุมัติในการประชุมนัดพิเศษเวลา 23.00 น.ตามเวลาประเทศไทย
ข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซในครั้งนี้  จะครอบคลุมถึงเงินช่วยเหลือรอบใหม่จากทางการยูโรโซ  ขนาดของผลขาดทุนที่ภาคธนาคารและเอกชนรายอื่นๆที่ถือครองพันธบัตรกรีซ เต็มใจจะยอมรับ รวมทั้งมาตรการปฏิรูปที่รัฐบาลกรีซจำเป็นต้องปฏิบัติตาม
การบรรลุข้อตกลงในครั้งนี้ จะช่วยยุติภาวะไม่แน่นอนที่ดำเนินมานานหลายเดือน  เกี่ยวกับความเสียหายที่ภาคเอกชนจะยินยอมแบกรับ และความไม่แน่นอน เกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้อย่างยั่งยืนของรัฐบาลกรีซ
ขณะนี้กรีซ มีหนี้สินในสัดส่วน 160 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) และความไม่แน่นอนในเรื่องนี้ ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของหลายประเทศในยูโรโซนพุ่งสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
นายโอลลี เรห์น กรรมาธิการเศรษฐกิจและการเงินของสหภาพยุโรป(อียู) กล่าวว่า ได้ดำเนินการเจรจาไปมากแล้ว และน่าจะสามารถปิดการเจรจาได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อีกทั้งกำลังเจรจาเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซรอบ 2 โดยขณะนี้กรีซ จำเป็นต้องตกลงว่าจะดำเนินการปฏิรูป
ผู้นำอียู  เคยตกลงกันในเดือนต.ค. 2554ว่า จะปล่อยกู้ให้แก่กรีซอีกเป็นจำนวนเงินราว 1.30 แสนล้านยูโร ถ้าหากเจ้าหนี้ยอมลดหนี้ให้แก่กรีซราวครึ่งหนึ่ง ซึ่งมาตรการปรับลดหนี้ดังกล่าวเรียกว่า การมีส่วนร่วมของภาคเอกชน (พีเอสไอ) ซึ่งซีอีโอของธนาคารดอยช์ แบงก์กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ถือครองพันธบัตรของกรีซ พร้อมที่จะแบกรับผลขาดทุนราว 70 % เมื่อเทียบกับมูลค่าการลงทุนสุทธิของตนเองในพันธบัตรกรีซในปัจจุบัน
นายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานกลุ่มยูโรกรุ๊ป (กลุ่มรัฐมนตรีคลังยูโรโซน) กล่าวว่า การเจรจาระหว่างรัฐบาลกรีซกับเอกชนผู้ถือครองพันธบัตรมีความยากลำบากเป็นอย่างมาก
นายยุงเกอร์ กล่าวว่า ผลการประชุมสุดยอดผู้นำอียูในวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมาไม่เพียงพอ ที่จะช่วยแก้วิกฤติหนี้ยูโรโซน และจำเป็นต้องมีการดำเนินขั้นตอนต่อไป เพื่อคุมเข้มกฎเกณฑ์ทางการคลังสำหรับประเทศสมาชิกยูโรโซน 17 ประเทศ
ในการประชุมสุดยอดครั้งนั้น ผู้นำยูโรโซน ได้เรียกร้องให้มีการเร่งรัดการทำข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการให้ความช่วยเหลือกรีซรอบ 2 หลังจากมาตรการช่วยเหลือรอบแรกในวงเงิน 1.10 แสนล้านยูโรจะหมด
อายุลงในปีนี้
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จ่ายเงินสมทบเป็นจำนวน 3 หมื่นล้านยูโรให้แก่มาตรการช่วยเหลือกรีซรอบแรกที่มีวงเงิน 1.10 แสนล้านยูโร โดยรัฐบาลยูโรโซน คาดหวังว่าไอเอ็มเอฟจะเข้ามามีส่วนร่วมในมาตรการให้ความช่วยเหลือรอบ 2 ด้วยการจ่ายเงินสมทบราว 1 ใน 3  แต่ไอเอ็มเอฟ  ยังไม่ได้ให้สัญญาที่ชัดเจนในเรื่องนี้
เจ้าหน้าที่บางรายกล่าวว่าพีเอสไอ  ถือเป็นเพียงส่วนประกอบเดียวเท่านั้น ในข้อตกลงครั้งนี้ โดยขณะนี้จุดสนใจได้มุ่งไปที่มาตรการปฏิรูปใหม่ที่รัฐบาลกรีซ จำเป็นต้องปฏิบัติตามเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือ รวมทั้งประเด็นที่ว่า รัฐบาลยูโรโซนและสถาบันต่างๆจะจ่ายเงินสมทบมากเพียงใดในการช่วยเหลือกรีซ โดยมาตรการเหล่านี้ ตั้งเป้าที่จะทำให้หนี้สินของกรีซมีสัดส่วนลดลงสู่ 120 % ของจีดีพีภายในปี 2563 จาก 160 % ในปัจจุบัน
รมว.คลังยูโรโซน ระบุว่า ทุกพรรคการเมืองในกรีซจะต้องลงนามในหนังสือสัญญาว่า พวกเขาจะปฏิบัติตามข้อตกลงในการปฏิรูปภายใต้มาตรการช่วยเหลือรอบ 2 โดยมีเงื่อนไขว่า กรีซจะต้องปรับลดงบรายจ่าย 1 %ของจีดีพี หรือมากกว่า 2 พันล้านยูโรในปีนี้ ซึ่งรวมถึงการปรับลดงบรายจ่ายด้านกลาโหมและสาธารณสุข
เจ้าหน้าที่ยูโรโซนคนหนึ่งกล่าวว่า  เรื่องทั้งหมดนี้มีความเชื่อมโยงกัน โดยการตกลงกันเรื่องพีเอสไอ ไม่สามารถกระทำได้ ถ้าหากยังไม่มีการตกลงกันในส่วนอื่นๆในมาตรการนี้ เพราะว่าการดำเนินโครงการพีเอสไอ จำเป็นต้องได้รับเงินทุนจากทางการยูโรโซนในมาตรการให้ความช่วยเหลือรอบ 2
ด้านนายกรัฐมนตรีลูคัส ปาปาเดมอสของกรีซ เตรียมเรียกประชุมผู้นำพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 3 พรรคของกรีซ เพื่อขอให้พวกเขาให้การสนับสนุนมาตรการปฏิรูปประเทศ โดยพรรคการเมือง 3 พรรคนี้ ประกอบด้วยพรรคปาซอก  ซึ่งเป็นพรรคสังคมนิยม พรรคนิว เดโมเครซี ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษ์นิยม และพรรค ลาออส ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด

ข่าวหุ้น 3/2/55

วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ข่าวหุ้น 2/2/55

ข่าวหุ้น-การเงินล่าสุด

ข่าวหุ้น 1/2/55

ข่าวล่าสุด