สื่อเผยธนาคาร-บริษัทจีนลดทำธุรกรรมในยูโรโซน และยังลดการออกผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่งสินทรัพย์สกุลยูโร
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล นิวส์ ของทางการจีนรายงานว่า ธนาคารและบริษัทของจีนในเมืองท่าเทียนจิน ปรับลดการลงทุนในยุโรปขณะที่วิกฤติหนี้ยูโรโซนลุกลาม
ผลผลสำรวจธนาคาร 53 แห่งและบริษัท 15 แห่งของผู้ควบคุมกฏระเบียบปริวรรตเงินตราพบว่า มีธนาคาร 11 แห่งที่ปรับลดหรือยุติการทำธุรกรรมทางการเงินสำหรับประเทศในยุโรปที่ความเสี่ยงด้านหนี้สินสูง ระงับการทำธุรกรรมตราสารอนุพันธ์กับธนาคารของยุโรป ลดหรือยุติการปล่อยกู้ให้กับธนาคารต่างชาติโดยเฉพาะจากยุโรป
นอกจากนี้ ยังลดการออกผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่งสินทรัพย์สกุลยูโร เนื่องจากยูโรที่อ่อนค่าส่งผลให้ผลประกอบการติดลบในปีที่ผ่านมา
บริษัทของจีนได้ถอนการลงทุนขณะที่ผู้นำยุโรป เรียกร้องให้รัฐบาลจีน ให้การสนับสนุนกองทุนช่วยเหลือยุโรป แม้ผู้นำจีนแสดงความเชื่อมั่นในประเทศยุโรป แต่ก็ไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาที่หนักแน่นในการช่วยเหลือด้านการเงิน โดยเรียกร้องให้ยุโรปดำเนินมาตรการด้วยตัวเองไปก่อน
ทั้งนี้ ยุโรป เป็นตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดอันดับสองของเทียนจิน รองจากสหรัฐ แต่กลุ่มผู้ส่งออกจีน กำลังพยายามที่จะขายสินค้าในประเทศมากขึ้นหรือทำธุรกิจในตลาดเกิดใหม่ เพื่อลดการการพึ่งพายูโรโซน
ผลสำรวจบ่งชี้ว่า บริษัทจีน กำลังเร่งอัตราการขยายตัวในต่างประเทศโดยใช้ความได้เปรียบจากหยวนที่แข็งค่า และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ซบเซาในยุโรปและสหรัฐ
วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
20 อันดับต่าชาติเข้าซื้อ 6/2/55
| Date : 06/02/2012 | ||||||
| Symbol | Volume (Share) | % * | ||||
| Buy | Sell | Total | Net | |||
| 1 | BLAND | 10,005,000 | 2,174,000 | 12,179,000 | 7,831,000 | 14.67 |
| 2 | AP | 6,851,900 | 110,500 | 6,962,400 | 6,741,400 | 27.01 |
| 3 | GLOBAL | 4,258,600 | - | 4,258,600 | 4,258,600 | 30.83 |
| 4 | ZMICO | 4,471,300 | 310,300 | 4,781,600 | 4,161,000 | 14.33 |
| 5 | THRE | 3,998,900 | 55,000 | 4,053,900 | 3,943,900 | 16.88 |
| 6 | KBANK | 5,035,800 | 1,210,088 | 6,245,888 | 3,825,712 | 44.22 |
| 7 | IVL | 4,648,000 | 1,108,700 | 5,756,700 | 3,539,300 | 4.56 |
| 8 | LANNA | 2,575,700 | 58,800 | 2,634,500 | 2,516,900 | 19.73 |
| 9 | JAS | 2,614,300 | 200,000 | 2,814,300 | 2,414,300 | 1.46 |
| 10 | TISCO | 2,607,236 | 352,700 | 2,959,936 | 2,254,536 | 34.71 |
| 11 | EARTH | 2,608,200 | 543,900 | 3,152,100 | 2,064,300 | 1.74 |
| 12 | BBL | 4,195,600 | 2,169,000 | 6,364,600 | 2,026,600 | 38.15 |
| 13 | TOP | 1,541,300 | 32,200 | 1,573,500 | 1,509,100 | 12.32 |
| 14 | GJS | 1,500,000 | - | 1,500,000 | 1,500,000 | 1.61 |
| 15 | RS | 1,935,000 | 578,000 | 2,513,000 | 1,357,000 | 5.66 |
| 16 | KGI | 1,282,000 | 20,000 | 1,302,000 | 1,262,000 | 11.7 |
| 17 | TRUBB | 1,282,000 | 30,052 | 1,312,052 | 1,251,948 | 3.65 |
| 18 | CENTEL | 1,522,600 | 329,000 | 1,851,600 | 1,193,600 | 28.47 |
| 19 | MAJOR | 2,516,300 | 1,388,600 | 3,904,900 | 1,127,700 | 52.24 |
| 20 | BAY | 9,847,800 | 8,814,040 | 18,661,840 | 1,033,760 | 42.5 |
ยูโรอ่อนค่าเทียบดอลลาร์เหตุปัญหาหนี้กรีซ
ยูโรอ่อนค่าเทียบดอลลาร์หลังกรีซเลื่อนรับเงื่อนไขรับความช่วยเหลือรอบใหม่ออกไปอีก
สกุลเงินยูโรร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 ก.พ.) เนื่องจากกลุ่มผู้นำทางการเมืองของกรีซได้เลื่อนเวลาการตัดสินใจเกี่ยวกับเงื่อนไขในการรับความช่วยเหลือรอบใหม่ออกไปอีก สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่ากรีซอาจจะไม่รอดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้
ทั้งนี้ สกุลเงินยูโรร่วงลง 0.11% แตะที่ 1.3129 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.3143 ดอลลาร์ และยูโร อ่อนค่าลงแตะ 100.11 เยน จาก 100.83 เยน ขณะที่ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเทียบกับอีก 6 สกุลเงิน ปรับตัวขึ้น 0.6% แตะ 79.451
ส่วนดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อคืนนี้ (6 ก.พ.) จากความวิตกกังวลที่ว่า กรีซอาจจะผิดนัดชำระหนี้ หลังจากการเจรจาเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซต้องยืดเยื้อออกไป
บรรดาผู้นำอียูเรียกร้องให้รัฐบาลกรีซจัดทำแผนรัดเข็มขัดชุดใหม่เพื่อแลกกับความช่วยเหลือวงเงิน 1.30 แสนล้านยูโร รวมถึงการล้างหนี้ของเจ้าหนี้ภาคเอกชน โดยรัฐบาลกรีซจำเป็นต้องได้เงินช่วยเหลือดังกล่าวภายในเดือนมีนาคมนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้
ทั้งนี้ นายลูคัส ปาปาเดมอส นายกรัฐมนตรีกรีซ และหัวหน้าพรรคการเมืองอีกสามพรรคที่ให้การสนับสนุนรัฐบาล จะประชุมร่วมกันอีกครั้งในช่วงเที่ยงวันนี้ตามเวลากรุงเอเธนส์ เพื่อหารือในรายละเอียดของข้อตกลงให้เป็นไปตามเงื่อนไขของอียูและไอเอ็มเอฟ
ขณะเดียวกัน ในวันนี้ นางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และนายนิโกลาส์ ซาร์โกซี ประธานาธิบดีฝรั่งเศส มีกำหนดที่จะประชุมร่วมกันที่กรุงปารีส เพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขวิกฤตหนี้กรีซและยูโรโซนด้วย
สกุลเงินยูโรร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 ก.พ.) เนื่องจากกลุ่มผู้นำทางการเมืองของกรีซได้เลื่อนเวลาการตัดสินใจเกี่ยวกับเงื่อนไขในการรับความช่วยเหลือรอบใหม่ออกไปอีก สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่ากรีซอาจจะไม่รอดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้
ทั้งนี้ สกุลเงินยูโรร่วงลง 0.11% แตะที่ 1.3129 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.3143 ดอลลาร์ และยูโร อ่อนค่าลงแตะ 100.11 เยน จาก 100.83 เยน ขณะที่ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเทียบกับอีก 6 สกุลเงิน ปรับตัวขึ้น 0.6% แตะ 79.451
ส่วนดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อคืนนี้ (6 ก.พ.) จากความวิตกกังวลที่ว่า กรีซอาจจะผิดนัดชำระหนี้ หลังจากการเจรจาเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซต้องยืดเยื้อออกไป
บรรดาผู้นำอียูเรียกร้องให้รัฐบาลกรีซจัดทำแผนรัดเข็มขัดชุดใหม่เพื่อแลกกับความช่วยเหลือวงเงิน 1.30 แสนล้านยูโร รวมถึงการล้างหนี้ของเจ้าหนี้ภาคเอกชน โดยรัฐบาลกรีซจำเป็นต้องได้เงินช่วยเหลือดังกล่าวภายในเดือนมีนาคมนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้
ทั้งนี้ นายลูคัส ปาปาเดมอส นายกรัฐมนตรีกรีซ และหัวหน้าพรรคการเมืองอีกสามพรรคที่ให้การสนับสนุนรัฐบาล จะประชุมร่วมกันอีกครั้งในช่วงเที่ยงวันนี้ตามเวลากรุงเอเธนส์ เพื่อหารือในรายละเอียดของข้อตกลงให้เป็นไปตามเงื่อนไขของอียูและไอเอ็มเอฟ
ขณะเดียวกัน ในวันนี้ นางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และนายนิโกลาส์ ซาร์โกซี ประธานาธิบดีฝรั่งเศส มีกำหนดที่จะประชุมร่วมกันที่กรุงปารีส เพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขวิกฤตหนี้กรีซและยูโรโซนด้วย
หนี้สาธารณะกรีซทะยานใกล้160%ของจีดีพี
ยูโรสแตทเผยตัวเลขหนี้สาธารณะกรีซไตรมาส 3 ปี 2554 พุ่งสู่ระดับ 159.1% ของจีดีพีประเทศ
สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป(ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า ตัวเลขหนี้สาธารณะของกรีซพุ่งขึ้นสู่ระดับ 159.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2554 เพิ่มขึ้นจากระดับ 154.7% ของจีดีพี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในกลุ่มยูโรโซน สะท้อนให้เห็นว่า กรีซยังคงเผชิญกับภาระหนี้สินมูลค่ามหาศาล แม้รัฐบาลพยายามลดการใช้จ่ายลงจำนวนมากก็ตาม
ขณะเดียวกัน ยูโรสแตท ระบุว่า อิตาลีสามารถจัดการตัวเลขหนี้สินให้ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 119.6% ต่อจีดีพี จากระดับ 121.2% ในไตรมาส 2 ส่วนตัวเลขหนี้สินโดยรวมของ 17 ประเทศยูโรโซนปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 87.4% ของจีดีพี จากระดับ 87.7% ในไตรมาส 2
ทั้งนี้ ยูโรสแตท ได้จัดลำดับตัวเลขหนี้ของ 17 ประเทศยูโรโซน ช่วงไตรมาส 3 ปี 2554 ไว้ดังนี้ 1. กรีซ หนี้สิน 159.1% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 154.7% 2. อิตาลี 119.6% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 121.2% 3. โปรตุเกส 110.1% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 106.5% 4. ไอร์แลนด์ 104.9% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 102.3% 5. เบลเยี่ยม 98.5% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 98.0% 6. ฝรั่งเศส 85.2% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 86.0%
เยอรมนีอันดับ 7 มีหนี้สาธารณะ 81.8% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 82.0% 8. ออสเตรีย 71.6% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 72.2% 9. มอลตา 70.3% ของจีดีพีลดลงจากระดับ 71.9% 10. ไซปรัส 67.5% ของจีดีพี ทรงตัว
อันดับ11. สเปน 66% ของจีดีพี ทรงตัว 12. เนเธอร์แลนด์ 64.5% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 63.8% 13. ฟินแลนด์ 47.2% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 45.6% 14. สโลเวเนีย 44.4% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 44.5%
อันดับ 15. สโลวาเกีย 42.2% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 42.7% อันดับ 16. ลักเซมเบิร์ก 18.5% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 18.8% และสุดท้ายคือ เอสโทเนียมีหนี้สาธารณะ 6.1% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 6.3%
สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป(ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า ตัวเลขหนี้สาธารณะของกรีซพุ่งขึ้นสู่ระดับ 159.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2554 เพิ่มขึ้นจากระดับ 154.7% ของจีดีพี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในกลุ่มยูโรโซน สะท้อนให้เห็นว่า กรีซยังคงเผชิญกับภาระหนี้สินมูลค่ามหาศาล แม้รัฐบาลพยายามลดการใช้จ่ายลงจำนวนมากก็ตาม
ขณะเดียวกัน ยูโรสแตท ระบุว่า อิตาลีสามารถจัดการตัวเลขหนี้สินให้ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 119.6% ต่อจีดีพี จากระดับ 121.2% ในไตรมาส 2 ส่วนตัวเลขหนี้สินโดยรวมของ 17 ประเทศยูโรโซนปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 87.4% ของจีดีพี จากระดับ 87.7% ในไตรมาส 2
ทั้งนี้ ยูโรสแตท ได้จัดลำดับตัวเลขหนี้ของ 17 ประเทศยูโรโซน ช่วงไตรมาส 3 ปี 2554 ไว้ดังนี้ 1. กรีซ หนี้สิน 159.1% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 154.7% 2. อิตาลี 119.6% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 121.2% 3. โปรตุเกส 110.1% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 106.5% 4. ไอร์แลนด์ 104.9% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 102.3% 5. เบลเยี่ยม 98.5% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 98.0% 6. ฝรั่งเศส 85.2% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 86.0%
เยอรมนีอันดับ 7 มีหนี้สาธารณะ 81.8% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 82.0% 8. ออสเตรีย 71.6% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 72.2% 9. มอลตา 70.3% ของจีดีพีลดลงจากระดับ 71.9% 10. ไซปรัส 67.5% ของจีดีพี ทรงตัว
อันดับ11. สเปน 66% ของจีดีพี ทรงตัว 12. เนเธอร์แลนด์ 64.5% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 63.8% 13. ฟินแลนด์ 47.2% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 45.6% 14. สโลเวเนีย 44.4% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 44.5%
อันดับ 15. สโลวาเกีย 42.2% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 42.7% อันดับ 16. ลักเซมเบิร์ก 18.5% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 18.8% และสุดท้ายคือ เอสโทเนียมีหนี้สาธารณะ 6.1% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 6.3%
วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
อิตาลีเรียกร้องความสามัคคีกอบกู้วิกฤติหนี้
นายกรัฐมนตรีอิตาลี เรียกร้องให้มีความสามัคคีในกลุ่มประเทศสมาชิกอียูเพื่อจัดการวิกฤตหนี้
นายกรัฐมนตรีมาริโอ มอนติของอิตาลี เรียกร้องให้มีความสามัคคีในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ในความพยายามที่จะจัดการวิกฤตหนี้ พร้อมระบุว่า วิกฤตหนี้ได้ทำให้บรรยากาศของยุโรปมีความเข้าใจที่ผิดและมีอคติ ระหว่างกลุ่มประเทศทางเหนือ ทางใต้ ประเทศใหญ่ ประเทศเล็ก
นอกจากนี้ นายมอนติ ยังเรียกร้องให้มีการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ ในการยับยั้งไม่ให้ความขุ่นเคืองใจดังกล่าวลุกลามออกไป เพราะสถานการณ์ขุ่นเคืองใจที่เกิดขึ้น เป็นอันตรายรุนแรงและมีแนวโน้มยืดเยื้อ ในระยะยาวมากกว่าวิกฤตหนี้ยูโรโซนเอง
“กระบวนการของความขัดแย้งทางการเมืองมากขึ้นระหว่างกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราอยู่ในกระบวนการของการรวมกลุ่มทางการเมืองมากขึ้น เราไม่เพียงต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหา แต่ยังต้องเป็นไปในเชิงปรองดองด้วย และเราต้องดำเนินการในวิถีทาง ที่จะสามารถให้คำมั่นสัญญา ที่สมเหตุสมผลเกี่ยวกับอนาคตที่สดใสขึ้น" ผู้นำอิตาลี กล่าว
ด้านเจ้าหน้าที่กรีซ ยังคงหารือต่อเนื่องรอบใหม่ กับกลุ่มเจ้าหนี้เอกชนในกรุงเอเธนส์ ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยมีวัตถุประสงค์ในการบรรลุข้อตกลงที่สำคัญ 2 ฉบับเกี่ยวกับแผนสวอปหนี้กรีซ และเงื่อนไขของมาตรการช่วยเหลือรอบ 2 เพื่อให้กรีซเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้
“หลายประเด็นได้รับการแก้ไขไปแล้ว แต่ยังมีหัวข้อสำคัญบางประการที่ยังคงไม่ได้ข้อสรุป" นายอีแวนเจลอส เวนิเซลอส รัฐมนตรีคลังของกรีซ กล่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมอีกครั้ง กับคณะผู้แทนจ้าหน้าที่ตรวจสอบของสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เกี่ยวกับมาตรการเงินกู้ช่วยเหลือรอบ 2 มูลค่า 1.30 แสนล้านยูโร (1.7091 แสนล้านดอลลาร์)
รัฐบาลกรีซ ได้หารือกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดังกล่าวในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับเงื่อนไขสำหรับการให้เงินช่วยเหลือต่อไปแก่กรีซ ซึ่งหลังการประชุมทางโทรศัพท์ของรัฐมนตรีคลังยูโรโซนเมื่อบ่ายวานนี้ ได้มีความคืบหน้าและคาดว่า นายกรัฐมนตรีลูคัส ปาปาเดมอสของกรีซ จะหารืออีกครั้ง เกี่ยวกับร่างข้อตกลงกับผู้นำของ 3 พรรคการเมือง ที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลเฉพาะกาลของเขาในวันนี้
นายกรัฐมนตรีมาริโอ มอนติของอิตาลี เรียกร้องให้มีความสามัคคีในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ในความพยายามที่จะจัดการวิกฤตหนี้ พร้อมระบุว่า วิกฤตหนี้ได้ทำให้บรรยากาศของยุโรปมีความเข้าใจที่ผิดและมีอคติ ระหว่างกลุ่มประเทศทางเหนือ ทางใต้ ประเทศใหญ่ ประเทศเล็ก
นอกจากนี้ นายมอนติ ยังเรียกร้องให้มีการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ ในการยับยั้งไม่ให้ความขุ่นเคืองใจดังกล่าวลุกลามออกไป เพราะสถานการณ์ขุ่นเคืองใจที่เกิดขึ้น เป็นอันตรายรุนแรงและมีแนวโน้มยืดเยื้อ ในระยะยาวมากกว่าวิกฤตหนี้ยูโรโซนเอง
“กระบวนการของความขัดแย้งทางการเมืองมากขึ้นระหว่างกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราอยู่ในกระบวนการของการรวมกลุ่มทางการเมืองมากขึ้น เราไม่เพียงต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหา แต่ยังต้องเป็นไปในเชิงปรองดองด้วย และเราต้องดำเนินการในวิถีทาง ที่จะสามารถให้คำมั่นสัญญา ที่สมเหตุสมผลเกี่ยวกับอนาคตที่สดใสขึ้น" ผู้นำอิตาลี กล่าว
ด้านเจ้าหน้าที่กรีซ ยังคงหารือต่อเนื่องรอบใหม่ กับกลุ่มเจ้าหนี้เอกชนในกรุงเอเธนส์ ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยมีวัตถุประสงค์ในการบรรลุข้อตกลงที่สำคัญ 2 ฉบับเกี่ยวกับแผนสวอปหนี้กรีซ และเงื่อนไขของมาตรการช่วยเหลือรอบ 2 เพื่อให้กรีซเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้
“หลายประเด็นได้รับการแก้ไขไปแล้ว แต่ยังมีหัวข้อสำคัญบางประการที่ยังคงไม่ได้ข้อสรุป" นายอีแวนเจลอส เวนิเซลอส รัฐมนตรีคลังของกรีซ กล่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมอีกครั้ง กับคณะผู้แทนจ้าหน้าที่ตรวจสอบของสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เกี่ยวกับมาตรการเงินกู้ช่วยเหลือรอบ 2 มูลค่า 1.30 แสนล้านยูโร (1.7091 แสนล้านดอลลาร์)
รัฐบาลกรีซ ได้หารือกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดังกล่าวในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับเงื่อนไขสำหรับการให้เงินช่วยเหลือต่อไปแก่กรีซ ซึ่งหลังการประชุมทางโทรศัพท์ของรัฐมนตรีคลังยูโรโซนเมื่อบ่ายวานนี้ ได้มีความคืบหน้าและคาดว่า นายกรัฐมนตรีลูคัส ปาปาเดมอสของกรีซ จะหารืออีกครั้ง เกี่ยวกับร่างข้อตกลงกับผู้นำของ 3 พรรคการเมือง ที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลเฉพาะกาลของเขาในวันนี้
ประชุมยูโรโซนจันทร์นี้ชี้ชะตาแผนอุ้มกรีซรอบ 2
ขุนคลังยูโรโซนเตรียมบรรลุข้อตกลงแผนช่วยเหลือกรีซรอบ 2 วันจันทร์นี้เพื่อให้ตลาดเชื่อมั่นฐานะการเงินของรัฐบาลยูโรโซนมากขึ้น
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูโรโซนจะประชุมกันที่กรุงบรัสเซลส์ ในวันที่ 6 ก.พ.ระหว่างเวลา 15.00-21.00 น.ตามเวลาปรัเทศไทย เพื่อจัดเตรียมรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซ และจะมีการยื่นมาตรการดังกล่าวต่อรัฐมนตรีคลังยูโรโซน เพื่อทำการอนุมัติในการประชุมนัดพิเศษเวลา 23.00 น.ตามเวลาประเทศไทย
ข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซในครั้งนี้ จะครอบคลุมถึงเงินช่วยเหลือรอบใหม่จากทางการยูโรโซ ขนาดของผลขาดทุนที่ภาคธนาคารและเอกชนรายอื่นๆที่ถือครองพันธบัตรกรีซ เต็มใจจะยอมรับ รวมทั้งมาตรการปฏิรูปที่รัฐบาลกรีซจำเป็นต้องปฏิบัติตาม
การบรรลุข้อตกลงในครั้งนี้ จะช่วยยุติภาวะไม่แน่นอนที่ดำเนินมานานหลายเดือน เกี่ยวกับความเสียหายที่ภาคเอกชนจะยินยอมแบกรับ และความไม่แน่นอน เกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้อย่างยั่งยืนของรัฐบาลกรีซ
ขณะนี้กรีซ มีหนี้สินในสัดส่วน 160 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) และความไม่แน่นอนในเรื่องนี้ ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของหลายประเทศในยูโรโซนพุ่งสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
นายโอลลี เรห์น กรรมาธิการเศรษฐกิจและการเงินของสหภาพยุโรป(อียู) กล่าวว่า ได้ดำเนินการเจรจาไปมากแล้ว และน่าจะสามารถปิดการเจรจาได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อีกทั้งกำลังเจรจาเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซรอบ 2 โดยขณะนี้กรีซ จำเป็นต้องตกลงว่าจะดำเนินการปฏิรูป
ผู้นำอียู เคยตกลงกันในเดือนต.ค. 2554ว่า จะปล่อยกู้ให้แก่กรีซอีกเป็นจำนวนเงินราว 1.30 แสนล้านยูโร ถ้าหากเจ้าหนี้ยอมลดหนี้ให้แก่กรีซราวครึ่งหนึ่ง ซึ่งมาตรการปรับลดหนี้ดังกล่าวเรียกว่า การมีส่วนร่วมของภาคเอกชน (พีเอสไอ) ซึ่งซีอีโอของธนาคารดอยช์ แบงก์กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ถือครองพันธบัตรของกรีซ พร้อมที่จะแบกรับผลขาดทุนราว 70 % เมื่อเทียบกับมูลค่าการลงทุนสุทธิของตนเองในพันธบัตรกรีซในปัจจุบัน
นายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานกลุ่มยูโรกรุ๊ป (กลุ่มรัฐมนตรีคลังยูโรโซน) กล่าวว่า การเจรจาระหว่างรัฐบาลกรีซกับเอกชนผู้ถือครองพันธบัตรมีความยากลำบากเป็นอย่างมาก
นายยุงเกอร์ กล่าวว่า ผลการประชุมสุดยอดผู้นำอียูในวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมาไม่เพียงพอ ที่จะช่วยแก้วิกฤติหนี้ยูโรโซน และจำเป็นต้องมีการดำเนินขั้นตอนต่อไป เพื่อคุมเข้มกฎเกณฑ์ทางการคลังสำหรับประเทศสมาชิกยูโรโซน 17 ประเทศ
ในการประชุมสุดยอดครั้งนั้น ผู้นำยูโรโซน ได้เรียกร้องให้มีการเร่งรัดการทำข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการให้ความช่วยเหลือกรีซรอบ 2 หลังจากมาตรการช่วยเหลือรอบแรกในวงเงิน 1.10 แสนล้านยูโรจะหมด
อายุลงในปีนี้
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จ่ายเงินสมทบเป็นจำนวน 3 หมื่นล้านยูโรให้แก่มาตรการช่วยเหลือกรีซรอบแรกที่มีวงเงิน 1.10 แสนล้านยูโร โดยรัฐบาลยูโรโซน คาดหวังว่าไอเอ็มเอฟจะเข้ามามีส่วนร่วมในมาตรการให้ความช่วยเหลือรอบ 2 ด้วยการจ่ายเงินสมทบราว 1 ใน 3 แต่ไอเอ็มเอฟ ยังไม่ได้ให้สัญญาที่ชัดเจนในเรื่องนี้
เจ้าหน้าที่บางรายกล่าวว่าพีเอสไอ ถือเป็นเพียงส่วนประกอบเดียวเท่านั้น ในข้อตกลงครั้งนี้ โดยขณะนี้จุดสนใจได้มุ่งไปที่มาตรการปฏิรูปใหม่ที่รัฐบาลกรีซ จำเป็นต้องปฏิบัติตามเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือ รวมทั้งประเด็นที่ว่า รัฐบาลยูโรโซนและสถาบันต่างๆจะจ่ายเงินสมทบมากเพียงใดในการช่วยเหลือกรีซ โดยมาตรการเหล่านี้ ตั้งเป้าที่จะทำให้หนี้สินของกรีซมีสัดส่วนลดลงสู่ 120 % ของจีดีพีภายในปี 2563 จาก 160 % ในปัจจุบัน
รมว.คลังยูโรโซน ระบุว่า ทุกพรรคการเมืองในกรีซจะต้องลงนามในหนังสือสัญญาว่า พวกเขาจะปฏิบัติตามข้อตกลงในการปฏิรูปภายใต้มาตรการช่วยเหลือรอบ 2 โดยมีเงื่อนไขว่า กรีซจะต้องปรับลดงบรายจ่าย 1 %ของจีดีพี หรือมากกว่า 2 พันล้านยูโรในปีนี้ ซึ่งรวมถึงการปรับลดงบรายจ่ายด้านกลาโหมและสาธารณสุข
เจ้าหน้าที่ยูโรโซนคนหนึ่งกล่าวว่า เรื่องทั้งหมดนี้มีความเชื่อมโยงกัน โดยการตกลงกันเรื่องพีเอสไอ ไม่สามารถกระทำได้ ถ้าหากยังไม่มีการตกลงกันในส่วนอื่นๆในมาตรการนี้ เพราะว่าการดำเนินโครงการพีเอสไอ จำเป็นต้องได้รับเงินทุนจากทางการยูโรโซนในมาตรการให้ความช่วยเหลือรอบ 2
ด้านนายกรัฐมนตรีลูคัส ปาปาเดมอสของกรีซ เตรียมเรียกประชุมผู้นำพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 3 พรรคของกรีซ เพื่อขอให้พวกเขาให้การสนับสนุนมาตรการปฏิรูปประเทศ โดยพรรคการเมือง 3 พรรคนี้ ประกอบด้วยพรรคปาซอก ซึ่งเป็นพรรคสังคมนิยม พรรคนิว เดโมเครซี ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษ์นิยม และพรรค ลาออส ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูโรโซนจะประชุมกันที่กรุงบรัสเซลส์ ในวันที่ 6 ก.พ.ระหว่างเวลา 15.00-21.00 น.ตามเวลาปรัเทศไทย เพื่อจัดเตรียมรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซ และจะมีการยื่นมาตรการดังกล่าวต่อรัฐมนตรีคลังยูโรโซน เพื่อทำการอนุมัติในการประชุมนัดพิเศษเวลา 23.00 น.ตามเวลาประเทศไทย
ข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซในครั้งนี้ จะครอบคลุมถึงเงินช่วยเหลือรอบใหม่จากทางการยูโรโซ ขนาดของผลขาดทุนที่ภาคธนาคารและเอกชนรายอื่นๆที่ถือครองพันธบัตรกรีซ เต็มใจจะยอมรับ รวมทั้งมาตรการปฏิรูปที่รัฐบาลกรีซจำเป็นต้องปฏิบัติตาม
การบรรลุข้อตกลงในครั้งนี้ จะช่วยยุติภาวะไม่แน่นอนที่ดำเนินมานานหลายเดือน เกี่ยวกับความเสียหายที่ภาคเอกชนจะยินยอมแบกรับ และความไม่แน่นอน เกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้อย่างยั่งยืนของรัฐบาลกรีซ
ขณะนี้กรีซ มีหนี้สินในสัดส่วน 160 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) และความไม่แน่นอนในเรื่องนี้ ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของหลายประเทศในยูโรโซนพุ่งสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
นายโอลลี เรห์น กรรมาธิการเศรษฐกิจและการเงินของสหภาพยุโรป(อียู) กล่าวว่า ได้ดำเนินการเจรจาไปมากแล้ว และน่าจะสามารถปิดการเจรจาได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อีกทั้งกำลังเจรจาเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซรอบ 2 โดยขณะนี้กรีซ จำเป็นต้องตกลงว่าจะดำเนินการปฏิรูป
ผู้นำอียู เคยตกลงกันในเดือนต.ค. 2554ว่า จะปล่อยกู้ให้แก่กรีซอีกเป็นจำนวนเงินราว 1.30 แสนล้านยูโร ถ้าหากเจ้าหนี้ยอมลดหนี้ให้แก่กรีซราวครึ่งหนึ่ง ซึ่งมาตรการปรับลดหนี้ดังกล่าวเรียกว่า การมีส่วนร่วมของภาคเอกชน (พีเอสไอ) ซึ่งซีอีโอของธนาคารดอยช์ แบงก์กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ถือครองพันธบัตรของกรีซ พร้อมที่จะแบกรับผลขาดทุนราว 70 % เมื่อเทียบกับมูลค่าการลงทุนสุทธิของตนเองในพันธบัตรกรีซในปัจจุบัน
นายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานกลุ่มยูโรกรุ๊ป (กลุ่มรัฐมนตรีคลังยูโรโซน) กล่าวว่า การเจรจาระหว่างรัฐบาลกรีซกับเอกชนผู้ถือครองพันธบัตรมีความยากลำบากเป็นอย่างมาก
นายยุงเกอร์ กล่าวว่า ผลการประชุมสุดยอดผู้นำอียูในวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมาไม่เพียงพอ ที่จะช่วยแก้วิกฤติหนี้ยูโรโซน และจำเป็นต้องมีการดำเนินขั้นตอนต่อไป เพื่อคุมเข้มกฎเกณฑ์ทางการคลังสำหรับประเทศสมาชิกยูโรโซน 17 ประเทศ
ในการประชุมสุดยอดครั้งนั้น ผู้นำยูโรโซน ได้เรียกร้องให้มีการเร่งรัดการทำข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการให้ความช่วยเหลือกรีซรอบ 2 หลังจากมาตรการช่วยเหลือรอบแรกในวงเงิน 1.10 แสนล้านยูโรจะหมด
อายุลงในปีนี้
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จ่ายเงินสมทบเป็นจำนวน 3 หมื่นล้านยูโรให้แก่มาตรการช่วยเหลือกรีซรอบแรกที่มีวงเงิน 1.10 แสนล้านยูโร โดยรัฐบาลยูโรโซน คาดหวังว่าไอเอ็มเอฟจะเข้ามามีส่วนร่วมในมาตรการให้ความช่วยเหลือรอบ 2 ด้วยการจ่ายเงินสมทบราว 1 ใน 3 แต่ไอเอ็มเอฟ ยังไม่ได้ให้สัญญาที่ชัดเจนในเรื่องนี้
เจ้าหน้าที่บางรายกล่าวว่าพีเอสไอ ถือเป็นเพียงส่วนประกอบเดียวเท่านั้น ในข้อตกลงครั้งนี้ โดยขณะนี้จุดสนใจได้มุ่งไปที่มาตรการปฏิรูปใหม่ที่รัฐบาลกรีซ จำเป็นต้องปฏิบัติตามเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือ รวมทั้งประเด็นที่ว่า รัฐบาลยูโรโซนและสถาบันต่างๆจะจ่ายเงินสมทบมากเพียงใดในการช่วยเหลือกรีซ โดยมาตรการเหล่านี้ ตั้งเป้าที่จะทำให้หนี้สินของกรีซมีสัดส่วนลดลงสู่ 120 % ของจีดีพีภายในปี 2563 จาก 160 % ในปัจจุบัน
รมว.คลังยูโรโซน ระบุว่า ทุกพรรคการเมืองในกรีซจะต้องลงนามในหนังสือสัญญาว่า พวกเขาจะปฏิบัติตามข้อตกลงในการปฏิรูปภายใต้มาตรการช่วยเหลือรอบ 2 โดยมีเงื่อนไขว่า กรีซจะต้องปรับลดงบรายจ่าย 1 %ของจีดีพี หรือมากกว่า 2 พันล้านยูโรในปีนี้ ซึ่งรวมถึงการปรับลดงบรายจ่ายด้านกลาโหมและสาธารณสุข
เจ้าหน้าที่ยูโรโซนคนหนึ่งกล่าวว่า เรื่องทั้งหมดนี้มีความเชื่อมโยงกัน โดยการตกลงกันเรื่องพีเอสไอ ไม่สามารถกระทำได้ ถ้าหากยังไม่มีการตกลงกันในส่วนอื่นๆในมาตรการนี้ เพราะว่าการดำเนินโครงการพีเอสไอ จำเป็นต้องได้รับเงินทุนจากทางการยูโรโซนในมาตรการให้ความช่วยเหลือรอบ 2
ด้านนายกรัฐมนตรีลูคัส ปาปาเดมอสของกรีซ เตรียมเรียกประชุมผู้นำพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 3 พรรคของกรีซ เพื่อขอให้พวกเขาให้การสนับสนุนมาตรการปฏิรูปประเทศ โดยพรรคการเมือง 3 พรรคนี้ ประกอบด้วยพรรคปาซอก ซึ่งเป็นพรรคสังคมนิยม พรรคนิว เดโมเครซี ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษ์นิยม และพรรค ลาออส ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด
ข่าวหุ้น 3/2/55
- บล.ทิสโก้ จัดสัมมนา "กลยุทธ์หุ้นไทย-สู้วิกฤติหนี้ Euro"
- ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดบวก 7.28 จุด รับ Flow เข้า-หนุน BANPU นำ/สัปดาห์หน้าลุ้นขึ้นต่อ
- ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดเช้าบวก 2.18 จุด พักฐาน-รอปัจจัยใหม่ คาดบ่ายแกว่งผันผวน
- (เพิ่มเติม) ภาวะตลาดอนุพันธ์: ตลาดมีแรงขายท้ายตลาดก่อนปิดบวก คาดพรุ่งนี้แกว่งตัวขึ้นกรอบแคบ
- (เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งขึ้นมีโอกาสแตะ 1,100 จุดอาจเผชิญแรงขายทำกำไร
วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
ข่าวหุ้น 2/2/55
ข่าวหุ้น-การเงินล่าสุด
- ตลาดหุ้นนิวยอร์กเปิดบวก ขานรับยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐลดลง
- ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ขยับลงเล็กน้อย ก่อนสหรัฐเผยตัวเลขว่างงานรายสัปดาห์
- (เพิ่มเติม) TOP วางงบลงทุน 5 ปี 1 พันล้านเหรียญ, ใช้ 200 ล้านฯปีนี้เน้นขยายท่าเรือ
- ภาวะตลาดตราสารหนี้ไทย: วันนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 57,092 ล้านบาท
- รมว.คลัง แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในก.ล.ต.และคกก.กำกับตลาดทุน
- ภาวะตลาดอนุพันธ์: ตลาดมีแรงขายท้ายตลาดก่อนปิดบวก คาดพรุ่งนี้แกว่งตัวขึ้นกรอบแคบ
- ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดตลาดบวก 0.49% แรงซื้อกลุ่มแบงก์นำ-ปัจจัยต่างประเทศหนุน
- โบรกเกอร์มาร์เก็ตแชร์ 5 อันดับสูงสุดประจำวันนี้
- ภาวะตลาดหุ้นสิงคโปร์: ดัชนี FTSE STI ปิดขยับลง 3.72 จุด สวนทางตลาดเอเชีย
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 4,958.81 ลบ.(SET+MAI)
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 4,952.13 ลบ.(SET)
- BIG LOT: วันนี้ KBANK มูลค่าสูงสุด 58.04 ลบ.ราคาเฉลี่ย
ข่าวหุ้น 1/2/55
ข่าวล่าสุด
- ตลาดหุ้นนิวยอร์กเปิดตลาดดีดขึ้นรับข้อมูลศก.เชิงบวกจากทั่วโลก
- ECB เผยธนาคารยุโรปเล็งคุมเข้มการปล่อยเงินกู้ใน Q1/55
- ADP เผยตัวเลขจ้างงานสหรัฐเพิ่ม 170,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค.
- "เบ็คแฮม" สุดฮอต คว้าหนุ่มเซ็กซี่ที่สุดในโลก
- น้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้น 89 เซนต์รับภาคการผลิตจีนขยายตัวเกินคาด
- นายจ้างน้ำใจงาม แจกโบนัสก้อนใหญ่ให้พนักงาน เฉียด 500 ล้านบาท!!!
- กบง.ย้ำ 16 ก.พ.ขึ้นราคาพลังงานอีก-เบรคขึ้น“แอลพีจี”ภาคขนส่ง
- ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวก่อนเผยข้อมูลภาคการผลิตสหรัฐ
- "กรณ์"ซัด พ.ร.ก. 2 ฉบับ จะทำเศรษฐกิจชาติหายนะ ชี้ไม่สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน
- “วัน”แฉส่วยวิน จยย.เดือนละ 684 ล้าน เล็งจับมือ“พ่อเหลิม”ปราบด่วน!!!
- เยอรมนีประมูลขายพันธบัตรได้ 4.1 พันล้านยูโร ที่อัตราตอบแทน 1.82%
- สผม. เสนอพัฒนา 7 พื้นที่ชานเมืองตะวันออกของ กทม.
- ยูโรแข็งค่าเทียบดอลล์หลังข้อมูลภาคการผลิตยูโรโซนดีเกิน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)