วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2555

ปิดตลาด TFEX วันที่ 1 มี.ค.55 สินค้า SET 50 Index Futures มีปริมาณการซื้อขายรวมทั้งตลาด 16,204 สัญญา

ปิดตลาด TFEX วันที่ 1มี.ค. 2555 รายละเอียดดังนี้    

SET50 Index Futures (สัญญาที่มีการซื้อขายสูงสุด  )
สัญญา       ปิด   เปลี่ยนแปลง ปริมาณการซื้อขาย         สถานะคงค้าง                                                             
S50H12 824.10 3.00 14,650 31,779
S50M12 818.60 4.30 1,413 2,498
ปริมาณการซื้อขายรวม 16,204 สัญญา สถานะคงค้างรวม 34,889 สัญญา                        

SET50 Index Options
Call Options (สัญญาที่มีการซื้อขายสูงสุด )
สัญญา                ปิด              เปลี่ยนแปลง            ปริมาณการซื้อขาย         สถานะคงค้าง 
S50H12C820 17.00 2.30 123 88
ปริมาณการซื้อขายรวม 227 สัญญา  สถานะคงค้างรวม 2,279 สัญญา       

Put Options (สัญญาที่มีการซื้อขายสูงสุด )
สัญญา ปิด              เปลี่ยนแปลง               ปริมาณการซื้อขาย         สถานะคงค้าง 
S50H12P820 13.50 0.60 58 81
ปริมาณการซื้อขายรวม 215 สัญญา  สถานะคงค้างรวม 3,465 สัญญา       

Single Stock Futures (สัญญาที่มีการซื้อขายสูงสุด)
KTBH12 17.44 -0.01 1,755 7,925
รวมปริมาณการซื้อขายทั้งหมด 3,663 สัญญา สถานะคงค้าง 39,434 สัญญา

Interest Rate Futures
TBF6H12 - - - 2
รวมปริมาณการซื้อขายทั้งหมด 0 สัญญา สถานะคงค้าง 2 สัญญา

Gold Futures (สัญญาที่มีการซื้อขายสูงสุด )
สัญญา              ปิด            เปลี่ยนแปลง            ปริมาณการซื้อขาย    สถานะคงค้าง
GFJ12 25,130 -720.00 5,016 7,057
รวมปริมาณการซื้อขายทั้งหมด 6,448 สัญญา สถานะคงค้าง 8,159 สัญญา 

Mini Gold Futures (สัญญาที่มีการซื้อขายสูงสุด )
สัญญา             ปิด            เปลี่ยนแปลง            ปริมาณการซื้อขาย    สถานะคงค้าง
GF10J12  25,130 -720.00 11,379 10,302
รวมปริมาณการซื้อขายทั้งหมด 14,546 สัญญา สถานะคงค้าง 12,426 สัญญา 

Silver Futures  (สัญญาที่มีการซื้อขายสูงสุด )
สัญญา                         ปิด              เปลี่ยนแปลง                 ปริมาณการซื้อขาย สถานะคงค้าง
SVJ12 1,083 -47 74 124
รวมปริมาณการซื้อขายทั้งหมด 74 สัญญา สถานะคงค้าง 168 สัญญา

Brent Crude Oil Futures  (สัญญาที่มีการซื้อขายสูงสุด )
สัญญา                         ปิด              เปลี่ยนแปลง                 ปริมาณการซื้อขาย สถานะคงค้าง
BRH12 3,772 44.00 317 146
รวมปริมาณการซื้อขายทั้งหมด 341 สัญญา สถานะคงค้าง 201 สัญญา

หมายเหตุ :

H12 สัญญาสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2555
J 12 สัญญาสิ้นสุดเดือนเมษายน 2555
M12 สัญญาสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2555
Q12 สัญญาสิ้นสุดเดือนสิงหาคม 2555

  
ตารางสรุปการซื้อขาย TFEX คลิ๊กที่นี่

CK คว้างานก่อสร้างงงง

CK คว้างาน ก่อสร้างงานคันดินและระบบระบายน้ำโครงการฟื้นฟูนิคมฯบางปะอิน
มูลค่า 673.92ลบ.



รายงานข่าวจากบริษัทช.การช่าง จำกัด (มหาชน)(CK)แจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทยทราบว่า บริษัทฯได้ลงนามในสัญญาจ้างเหมาออกแบบ และก่อสร้างงานคัน
ดิน และระบบระบายน้ำสำหรับโครงการฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน อำเภอบางปะอิน
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับ บริษัทที่ดินบางปะอิน จำกัด ซึ่งเป็นรายการธุรกิจปกติและเป็น
ไปตามเงื่อนไขทางการค้าโดยทั่วไปและเป็นข้อตกลงทางการค้าซึ่งเป็นไปตามหลักการที่
คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติไว้แล้ว
โดยมีรายละเอียดของงานดังต่อไปนี้

     วันที่ลงนาม    24 กุมภาพันธ์ 2555
     มูลค่าสัญญาประมาณ673,928,800 บาท 
   (หกร้อยเจ็ดสิบสามล้านเก้าแสนสองหมื่นแปดพันแปดร้อยบาทถ้วน)
รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
     ระยะเวลาแล้วเสร็จ        31 ธันวาคม 2556

วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

สื่อเผยธนาคาร-บริษัทจีนลดทำธุรกรรมในยูโรโซน

สื่อเผยธนาคาร-บริษัทจีนลดทำธุรกรรมในยูโรโซน และยังลดการออกผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่งสินทรัพย์สกุลยูโร
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล นิวส์ ของทางการจีนรายงานว่า ธนาคารและบริษัทของจีนในเมืองท่าเทียนจิน ปรับลดการลงทุนในยุโรปขณะที่วิกฤติหนี้ยูโรโซนลุกลาม
ผลผลสำรวจธนาคาร 53 แห่งและบริษัท 15 แห่งของผู้ควบคุมกฏระเบียบปริวรรตเงินตราพบว่า มีธนาคาร 11 แห่งที่ปรับลดหรือยุติการทำธุรกรรมทางการเงินสำหรับประเทศในยุโรปที่ความเสี่ยงด้านหนี้สินสูง ระงับการทำธุรกรรมตราสารอนุพันธ์กับธนาคารของยุโรป ลดหรือยุติการปล่อยกู้ให้กับธนาคารต่างชาติโดยเฉพาะจากยุโรป
นอกจากนี้ ยังลดการออกผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่งสินทรัพย์สกุลยูโร เนื่องจากยูโรที่อ่อนค่าส่งผลให้ผลประกอบการติดลบในปีที่ผ่านมา
บริษัทของจีนได้ถอนการลงทุนขณะที่ผู้นำยุโรป เรียกร้องให้รัฐบาลจีน ให้การสนับสนุนกองทุนช่วยเหลือยุโรป แม้ผู้นำจีนแสดงความเชื่อมั่นในประเทศยุโรป แต่ก็ไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาที่หนักแน่นในการช่วยเหลือด้านการเงิน โดยเรียกร้องให้ยุโรปดำเนินมาตรการด้วยตัวเองไปก่อน
ทั้งนี้  ยุโรป เป็นตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดอันดับสองของเทียนจิน รองจากสหรัฐ แต่กลุ่มผู้ส่งออกจีน กำลังพยายามที่จะขายสินค้าในประเทศมากขึ้นหรือทำธุรกิจในตลาดเกิดใหม่ เพื่อลดการการพึ่งพายูโรโซน
ผลสำรวจบ่งชี้ว่า บริษัทจีน กำลังเร่งอัตราการขยายตัวในต่างประเทศโดยใช้ความได้เปรียบจากหยวนที่แข็งค่า และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ซบเซาในยุโรปและสหรัฐ

20 อันดับต่าชาติเข้าซื้อ 6/2/55

Date : 06/02/2012
 SymbolVolume (Share)   % *
  BuySellTotalNet 
1BLAND10,005,0002,174,00012,179,0007,831,00014.67
2AP6,851,900110,5006,962,4006,741,40027.01
3GLOBAL4,258,600-4,258,6004,258,60030.83
4ZMICO4,471,300310,3004,781,6004,161,00014.33
5THRE3,998,90055,0004,053,9003,943,90016.88
6KBANK5,035,8001,210,0886,245,8883,825,71244.22
7IVL4,648,0001,108,7005,756,7003,539,3004.56
8LANNA2,575,70058,8002,634,5002,516,90019.73
9JAS2,614,300200,0002,814,3002,414,3001.46
10TISCO2,607,236352,7002,959,9362,254,53634.71
11EARTH2,608,200543,9003,152,1002,064,3001.74
12BBL4,195,6002,169,0006,364,6002,026,60038.15
13TOP1,541,30032,2001,573,5001,509,10012.32
14GJS1,500,000-1,500,0001,500,0001.61
15RS1,935,000578,0002,513,0001,357,0005.66
16KGI1,282,00020,0001,302,0001,262,00011.7
17TRUBB1,282,00030,0521,312,0521,251,9483.65
18CENTEL1,522,600329,0001,851,6001,193,60028.47
19MAJOR2,516,3001,388,6003,904,9001,127,70052.24
20BAY9,847,8008,814,04018,661,8401,033,76042.5

ยูโรอ่อนค่าเทียบดอลลาร์เหตุปัญหาหนี้กรีซ

ยูโรอ่อนค่าเทียบดอลลาร์หลังกรีซเลื่อนรับเงื่อนไขรับความช่วยเหลือรอบใหม่ออกไปอีก
สกุลเงินยูโรร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 ก.พ.) เนื่องจากกลุ่มผู้นำทางการเมืองของกรีซได้เลื่อนเวลาการตัดสินใจเกี่ยวกับเงื่อนไขในการรับความช่วยเหลือรอบใหม่ออกไปอีก สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่ากรีซอาจจะไม่รอดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้
ทั้งนี้ สกุลเงินยูโรร่วงลง 0.11% แตะที่ 1.3129 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.3143 ดอลลาร์ และยูโร อ่อนค่าลงแตะ 100.11 เยน จาก 100.83 เยน  ขณะที่ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเทียบกับอีก 6 สกุลเงิน ปรับตัวขึ้น 0.6% แตะ 79.451
ส่วนดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อคืนนี้ (6 ก.พ.) จากความวิตกกังวลที่ว่า กรีซอาจจะผิดนัดชำระหนี้ หลังจากการเจรจาเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซต้องยืดเยื้อออกไป
บรรดาผู้นำอียูเรียกร้องให้รัฐบาลกรีซจัดทำแผนรัดเข็มขัดชุดใหม่เพื่อแลกกับความช่วยเหลือวงเงิน 1.30 แสนล้านยูโร รวมถึงการล้างหนี้ของเจ้าหนี้ภาคเอกชน โดยรัฐบาลกรีซจำเป็นต้องได้เงินช่วยเหลือดังกล่าวภายในเดือนมีนาคมนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้
ทั้งนี้ นายลูคัส ปาปาเดมอส นายกรัฐมนตรีกรีซ และหัวหน้าพรรคการเมืองอีกสามพรรคที่ให้การสนับสนุนรัฐบาล จะประชุมร่วมกันอีกครั้งในช่วงเที่ยงวันนี้ตามเวลากรุงเอเธนส์ เพื่อหารือในรายละเอียดของข้อตกลงให้เป็นไปตามเงื่อนไขของอียูและไอเอ็มเอฟ
ขณะเดียวกัน ในวันนี้ นางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และนายนิโกลาส์ ซาร์โกซี ประธานาธิบดีฝรั่งเศส มีกำหนดที่จะประชุมร่วมกันที่กรุงปารีส เพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขวิกฤตหนี้กรีซและยูโรโซนด้วย

หนี้สาธารณะกรีซทะยานใกล้160%ของจีดีพี

ยูโรสแตทเผยตัวเลขหนี้สาธารณะกรีซไตรมาส 3 ปี 2554 พุ่งสู่ระดับ 159.1% ของจีดีพีประเทศ
สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป(ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า ตัวเลขหนี้สาธารณะของกรีซพุ่งขึ้นสู่ระดับ 159.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2554 เพิ่มขึ้นจากระดับ 154.7% ของจีดีพี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในกลุ่มยูโรโซน สะท้อนให้เห็นว่า กรีซยังคงเผชิญกับภาระหนี้สินมูลค่ามหาศาล แม้รัฐบาลพยายามลดการใช้จ่ายลงจำนวนมากก็ตาม
ขณะเดียวกัน  ยูโรสแตท  ระบุว่า อิตาลีสามารถจัดการตัวเลขหนี้สินให้ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 119.6% ต่อจีดีพี จากระดับ 121.2% ในไตรมาส 2 ส่วนตัวเลขหนี้สินโดยรวมของ 17 ประเทศยูโรโซนปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 87.4% ของจีดีพี จากระดับ 87.7% ในไตรมาส 2
ทั้งนี้ ยูโรสแตท ได้จัดลำดับตัวเลขหนี้ของ 17 ประเทศยูโรโซน ช่วงไตรมาส 3 ปี 2554 ไว้ดังนี้ 1. กรีซ หนี้สิน 159.1% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 154.7% 2. อิตาลี 119.6% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 121.2% 3. โปรตุเกส 110.1% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 106.5% 4. ไอร์แลนด์ 104.9% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 102.3% 5. เบลเยี่ยม 98.5% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 98.0% 6. ฝรั่งเศส 85.2% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 86.0%
เยอรมนีอันดับ 7 มีหนี้สาธารณะ 81.8% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 82.0% 8. ออสเตรีย 71.6% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 72.2% 9. มอลตา 70.3% ของจีดีพีลดลงจากระดับ 71.9% 10. ไซปรัส 67.5% ของจีดีพี ทรงตัว
อันดับ11. สเปน 66% ของจีดีพี ทรงตัว 12. เนเธอร์แลนด์ 64.5% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 63.8% 13. ฟินแลนด์ 47.2% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 45.6% 14. สโลเวเนีย 44.4% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 44.5%
อันดับ 15. สโลวาเกีย 42.2% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 42.7%  อันดับ 16. ลักเซมเบิร์ก 18.5% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 18.8% และสุดท้ายคือ เอสโทเนียมีหนี้สาธารณะ 6.1% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 6.3%

วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

อิตาลีเรียกร้องความสามัคคีกอบกู้วิกฤติหนี้

นายกรัฐมนตรีอิตาลี เรียกร้องให้มีความสามัคคีในกลุ่มประเทศสมาชิกอียูเพื่อจัดการวิกฤตหนี้
นายกรัฐมนตรีมาริโอ มอนติของอิตาลี เรียกร้องให้มีความสามัคคีในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ในความพยายามที่จะจัดการวิกฤตหนี้ พร้อมระบุว่า วิกฤตหนี้ได้ทำให้บรรยากาศของยุโรปมีความเข้าใจที่ผิดและมีอคติ ระหว่างกลุ่มประเทศทางเหนือ ทางใต้ ประเทศใหญ่ ประเทศเล็ก
นอกจากนี้ นายมอนติ ยังเรียกร้องให้มีการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ  ในการยับยั้งไม่ให้ความขุ่นเคืองใจดังกล่าวลุกลามออกไป เพราะสถานการณ์ขุ่นเคืองใจที่เกิดขึ้น เป็นอันตรายรุนแรงและมีแนวโน้มยืดเยื้อ ในระยะยาวมากกว่าวิกฤตหนี้ยูโรโซนเอง
“กระบวนการของความขัดแย้งทางการเมืองมากขึ้นระหว่างกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราอยู่ในกระบวนการของการรวมกลุ่มทางการเมืองมากขึ้น เราไม่เพียงต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหา แต่ยังต้องเป็นไปในเชิงปรองดองด้วย และเราต้องดำเนินการในวิถีทาง ที่จะสามารถให้คำมั่นสัญญา ที่สมเหตุสมผลเกี่ยวกับอนาคตที่สดใสขึ้น" ผู้นำอิตาลี กล่าว
ด้านเจ้าหน้าที่กรีซ  ยังคงหารือต่อเนื่องรอบใหม่  กับกลุ่มเจ้าหนี้เอกชนในกรุงเอเธนส์  ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยมีวัตถุประสงค์ในการบรรลุข้อตกลงที่สำคัญ 2 ฉบับเกี่ยวกับแผนสวอปหนี้กรีซ และเงื่อนไขของมาตรการช่วยเหลือรอบ 2 เพื่อให้กรีซเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้
“หลายประเด็นได้รับการแก้ไขไปแล้ว แต่ยังมีหัวข้อสำคัญบางประการที่ยังคงไม่ได้ข้อสรุป" นายอีแวนเจลอส เวนิเซลอส รัฐมนตรีคลังของกรีซ  กล่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมอีกครั้ง กับคณะผู้แทนจ้าหน้าที่ตรวจสอบของสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เกี่ยวกับมาตรการเงินกู้ช่วยเหลือรอบ 2 มูลค่า 1.30 แสนล้านยูโร (1.7091 แสนล้านดอลลาร์)
รัฐบาลกรีซ  ได้หารือกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดังกล่าวในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับเงื่อนไขสำหรับการให้เงินช่วยเหลือต่อไปแก่กรีซ ซึ่งหลังการประชุมทางโทรศัพท์ของรัฐมนตรีคลังยูโรโซนเมื่อบ่ายวานนี้  ได้มีความคืบหน้าและคาดว่า นายกรัฐมนตรีลูคัส ปาปาเดมอสของกรีซ  จะหารืออีกครั้ง  เกี่ยวกับร่างข้อตกลงกับผู้นำของ 3 พรรคการเมือง ที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลเฉพาะกาลของเขาในวันนี้
 

ประชุมยูโรโซนจันทร์นี้ชี้ชะตาแผนอุ้มกรีซรอบ 2

ขุนคลังยูโรโซนเตรียมบรรลุข้อตกลงแผนช่วยเหลือกรีซรอบ 2 วันจันทร์นี้เพื่อให้ตลาดเชื่อมั่นฐานะการเงินของรัฐบาลยูโรโซนมากขึ้น
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูโรโซนจะประชุมกันที่กรุงบรัสเซลส์ ในวันที่ 6 ก.พ.ระหว่างเวลา 15.00-21.00 น.ตามเวลาปรัเทศไทย เพื่อจัดเตรียมรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซ และจะมีการยื่นมาตรการดังกล่าวต่อรัฐมนตรีคลังยูโรโซน เพื่อทำการอนุมัติในการประชุมนัดพิเศษเวลา 23.00 น.ตามเวลาประเทศไทย
ข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซในครั้งนี้  จะครอบคลุมถึงเงินช่วยเหลือรอบใหม่จากทางการยูโรโซ  ขนาดของผลขาดทุนที่ภาคธนาคารและเอกชนรายอื่นๆที่ถือครองพันธบัตรกรีซ เต็มใจจะยอมรับ รวมทั้งมาตรการปฏิรูปที่รัฐบาลกรีซจำเป็นต้องปฏิบัติตาม
การบรรลุข้อตกลงในครั้งนี้ จะช่วยยุติภาวะไม่แน่นอนที่ดำเนินมานานหลายเดือน  เกี่ยวกับความเสียหายที่ภาคเอกชนจะยินยอมแบกรับ และความไม่แน่นอน เกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้อย่างยั่งยืนของรัฐบาลกรีซ
ขณะนี้กรีซ มีหนี้สินในสัดส่วน 160 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) และความไม่แน่นอนในเรื่องนี้ ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของหลายประเทศในยูโรโซนพุ่งสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
นายโอลลี เรห์น กรรมาธิการเศรษฐกิจและการเงินของสหภาพยุโรป(อียู) กล่าวว่า ได้ดำเนินการเจรจาไปมากแล้ว และน่าจะสามารถปิดการเจรจาได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อีกทั้งกำลังเจรจาเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซรอบ 2 โดยขณะนี้กรีซ จำเป็นต้องตกลงว่าจะดำเนินการปฏิรูป
ผู้นำอียู  เคยตกลงกันในเดือนต.ค. 2554ว่า จะปล่อยกู้ให้แก่กรีซอีกเป็นจำนวนเงินราว 1.30 แสนล้านยูโร ถ้าหากเจ้าหนี้ยอมลดหนี้ให้แก่กรีซราวครึ่งหนึ่ง ซึ่งมาตรการปรับลดหนี้ดังกล่าวเรียกว่า การมีส่วนร่วมของภาคเอกชน (พีเอสไอ) ซึ่งซีอีโอของธนาคารดอยช์ แบงก์กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ถือครองพันธบัตรของกรีซ พร้อมที่จะแบกรับผลขาดทุนราว 70 % เมื่อเทียบกับมูลค่าการลงทุนสุทธิของตนเองในพันธบัตรกรีซในปัจจุบัน
นายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานกลุ่มยูโรกรุ๊ป (กลุ่มรัฐมนตรีคลังยูโรโซน) กล่าวว่า การเจรจาระหว่างรัฐบาลกรีซกับเอกชนผู้ถือครองพันธบัตรมีความยากลำบากเป็นอย่างมาก
นายยุงเกอร์ กล่าวว่า ผลการประชุมสุดยอดผู้นำอียูในวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมาไม่เพียงพอ ที่จะช่วยแก้วิกฤติหนี้ยูโรโซน และจำเป็นต้องมีการดำเนินขั้นตอนต่อไป เพื่อคุมเข้มกฎเกณฑ์ทางการคลังสำหรับประเทศสมาชิกยูโรโซน 17 ประเทศ
ในการประชุมสุดยอดครั้งนั้น ผู้นำยูโรโซน ได้เรียกร้องให้มีการเร่งรัดการทำข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการให้ความช่วยเหลือกรีซรอบ 2 หลังจากมาตรการช่วยเหลือรอบแรกในวงเงิน 1.10 แสนล้านยูโรจะหมด
อายุลงในปีนี้
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จ่ายเงินสมทบเป็นจำนวน 3 หมื่นล้านยูโรให้แก่มาตรการช่วยเหลือกรีซรอบแรกที่มีวงเงิน 1.10 แสนล้านยูโร โดยรัฐบาลยูโรโซน คาดหวังว่าไอเอ็มเอฟจะเข้ามามีส่วนร่วมในมาตรการให้ความช่วยเหลือรอบ 2 ด้วยการจ่ายเงินสมทบราว 1 ใน 3  แต่ไอเอ็มเอฟ  ยังไม่ได้ให้สัญญาที่ชัดเจนในเรื่องนี้
เจ้าหน้าที่บางรายกล่าวว่าพีเอสไอ  ถือเป็นเพียงส่วนประกอบเดียวเท่านั้น ในข้อตกลงครั้งนี้ โดยขณะนี้จุดสนใจได้มุ่งไปที่มาตรการปฏิรูปใหม่ที่รัฐบาลกรีซ จำเป็นต้องปฏิบัติตามเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือ รวมทั้งประเด็นที่ว่า รัฐบาลยูโรโซนและสถาบันต่างๆจะจ่ายเงินสมทบมากเพียงใดในการช่วยเหลือกรีซ โดยมาตรการเหล่านี้ ตั้งเป้าที่จะทำให้หนี้สินของกรีซมีสัดส่วนลดลงสู่ 120 % ของจีดีพีภายในปี 2563 จาก 160 % ในปัจจุบัน
รมว.คลังยูโรโซน ระบุว่า ทุกพรรคการเมืองในกรีซจะต้องลงนามในหนังสือสัญญาว่า พวกเขาจะปฏิบัติตามข้อตกลงในการปฏิรูปภายใต้มาตรการช่วยเหลือรอบ 2 โดยมีเงื่อนไขว่า กรีซจะต้องปรับลดงบรายจ่าย 1 %ของจีดีพี หรือมากกว่า 2 พันล้านยูโรในปีนี้ ซึ่งรวมถึงการปรับลดงบรายจ่ายด้านกลาโหมและสาธารณสุข
เจ้าหน้าที่ยูโรโซนคนหนึ่งกล่าวว่า  เรื่องทั้งหมดนี้มีความเชื่อมโยงกัน โดยการตกลงกันเรื่องพีเอสไอ ไม่สามารถกระทำได้ ถ้าหากยังไม่มีการตกลงกันในส่วนอื่นๆในมาตรการนี้ เพราะว่าการดำเนินโครงการพีเอสไอ จำเป็นต้องได้รับเงินทุนจากทางการยูโรโซนในมาตรการให้ความช่วยเหลือรอบ 2
ด้านนายกรัฐมนตรีลูคัส ปาปาเดมอสของกรีซ เตรียมเรียกประชุมผู้นำพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 3 พรรคของกรีซ เพื่อขอให้พวกเขาให้การสนับสนุนมาตรการปฏิรูปประเทศ โดยพรรคการเมือง 3 พรรคนี้ ประกอบด้วยพรรคปาซอก  ซึ่งเป็นพรรคสังคมนิยม พรรคนิว เดโมเครซี ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษ์นิยม และพรรค ลาออส ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด

ข่าวหุ้น 3/2/55

วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ข่าวหุ้น 2/2/55

ข่าวหุ้น-การเงินล่าสุด

ข่าวหุ้น 1/2/55

ข่าวล่าสุด

วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555

ข่าวหุ้น 31/1/55

ข่าวล่าสุด

วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2555

อังกฤษ-ฮ่องกงหนุนลอนดอนเป็นศูนย์ค้าหยวนต่างแดน

อังกฤษร่วมมือ-ฮ่องกง ผลักดันลอนดอนเป็นศูนย์กลางการค้าสกุลเงินหยวนในต่างประเทศ ตามแผนเสริมสัมพันธ์ทางการค้า-ลงทุนในเอเชีย
นายจอร์จ ออสบอร์น  รัฐมนตรีคลังของอังกฤษ กล่าวในที่ประชุมการเงินเอเชียว่า ประเทศต่างๆควรที่จะต่อสู้กับแนวโน้มในการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้า และย้ำว่า อังกฤษมีความเต็มใจที่จะจ่ายเงินสมทบเพิ่มเติมให้แก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
นายออสบอร์น พอใจความคืบหน้าของยูโรโซนแต่ก็เห็นว่ายูโรโซนจำเป็นต้องดำเนินมาตรการต่อไปเพื่อทำให้เศรษฐกิจเติบโตและฐานะการเงินอยู่ในสถานะยั่งยืน
"ยูโรโซนประสบความก้าวหน้าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเรื่องการจัดหาสภาพคล่องให้แก่ธนาคารพาณิชย์โดยใช้ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อย่างไรก็ดี ยังคงมีงานอื่นๆอีกที่ต้องทำ และยูโรโซนเองก็ยอมรับในเรื่องนี้" รมว.คลังของอังกฤษ กล่าว
รัฐบาลผสมของอังกฤษ  พยายามขยายความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนกับประเทศพัฒนาแล้วและประเทศตลาดเกิดใหม่ นอกยุโรปในช่วงนี้ เพื่อลดการพึ่งพาการค้ากับยูโรโซน
       

เอสแอนด์พีจี้4ชาติหนุนอันดับเรทติ้งกองทุนยุโรป

เอสแอนด์พีจี้4ชาติเยอรมนี ฟินแลนด์ ลักเซมเบิร์ก และเนเธอร์แลนด์หนุนอันดับเรทติ้งกองทุนยุโรป
สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ระบุว่า อันดับความน่าเชื่อถือขั้นสูงสุดซึ่งอยู่ที่ AAA ของกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) ขึ้นอยู่กับการได้รับการสนับสนุนทางการเงินเพิ่มเติมจากประเทศสมาชิกยูโรโซน 4 ประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือขั้น AAA ซึ่งได้แก่เยอรมนี ฟินแลนด์  ลักเซมเบิร์ก และเนเธอร์แลนด์
ขณะนี้  อันดับความน่าเชื่อถือขั้น AAA ของ อีเอฟเอสเอฟ กำลังเผชิญกับความเสี่ยงหลังจากเอสแอนด์พี ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสและออสเตรียลงจาก AAA สู่ AA+ โดยสองประเทศนี้เป็นผู้ค้ำประกันของอีเอฟเอสเอฟ
ถ้ามีการลดอันดับความน่าเชื่อถือของ อีเอฟเอสเอฟ  ลงในอนาคตก็อาจเผชิญกับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้อีเอฟเอสเอฟ มีประสิทธิภาพลดลงในการช่วยเหลือประเทศที่มีเศรษฐกิจอ่อนแอในยูโรโซน

จับตากรีซเจรจาเจ้าหนี้ครั้งใหม่พุธนี้

กรีซและธนาคารเจ้าหนี้เสร็จสิ้นการเจรจาเมื่อวันศุกร์โดยไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ แต่จะมีการเจรจารอบใหม่ในสัปดาห์นี้
กรีซ จำเป็นต้องทำการสว็อปพันธบัตร  เพื่อลดหนี้ลงสู่ระดับที่สามารถชำระได้ และเพื่อให้สหภาพยุโรปและกองทุนการเงินระหว่างประเทศยังคงปล่อยกู้ให้กับกรีซ และจำเป็นต้องได้รับเงินช่วยเหลือ เนื่องจากจะมีพันธบัตรครบกำหนดไถ่ถอนครั้งใหญ่ในเดือนมี.ค.
นายอีวานจีลอส เวนิเซลอส รัฐมนตรีคลังของกรีซ  ระบุว่า มีแนวโน้มมากที่สุด ที่จะเริ่มการเจรจาอีกครั้งในวันพุธนี้กับนายชาร์ลส์ ดัลลารา ประธานสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอเอฟ) ซึ่งเจรจาในนามของผู้ถือพันธบัตรภาคเอกชน
ทั้งนี้  กรีซ ต้องบรรลุข้อตกลงดังกล่าว ก่อนวันที่ 20 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่ครบกำหนดไถ่ถอนพันธบัตรวงเงิน 1.45 หมื่นล้านยูโร เนื่องจากเฉพาะงานด้านเอกสารอย่างเดียว ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 สัปดาห์
อย่างไรก็ตาม  อียู ไอเอ็มเอฟและอีซีบี ซึ่งจะเดินทางถึงกรุงเอเธนส์ในวันพรุ่งนี้ เพื่อเจรจาเกี่ยวกับแผนความช่วยเหลือครั้งใหม่วงเงิน 1.30 แสนล้านยูโรนั้น ต้องการที่จะเห็นข้อตกลงเกี่ยวกับการสว็อปหนี้ก่อนที่จะทำการตกลงเกี่ยวกับมาตรการให้ช่วยเหลือ

ข่าวหุ้น 16/1/55

ข่าวหุ้น-การเงินล่าสุด

วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2555

ข่าวทองคำรอบโลก 13/1/55

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อน,แรงซื้อหนุนทองคำปิดพุ่ง $8.1
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (12 ม.ค.) ซึ่งเป็นการปิดบวกติดต่อกัน 3 วันทำการ เนื่องจากนักลงทุนยังคงเข้าซื้อทองคำในฐานะแหล่งการลงทุนที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ทองคำยังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและข่าวการเข้าซื้อทองคำของจีน
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.พุ่งขึ้น 8.1 ดอลลาร์ หรือ 0.5% ปิดที่ 1,647.7 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1662.5 - 1647.7 ดอลลาร์
สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค.พุ่งขึ้น 23.4 เซนต์ ปิดที่ 30.124 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 10.3 เซนต์ ปิดที่ 3.649 ดอลลาร์/ปอนด์
ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย.พุ่งขึ้น 2.40 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,491.20 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค.ร่วงลง 4.40 ดอลลาร์ ปิดที่ 641.25 ดอลลาร์/ออนซ์
สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างความคิดเห็นของเทรดเดอร์ในตลาดว่า นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะแหล่งการลงทุที่ปลอดภัย หลังจากนายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เตือนว่าเศรษฐกิจยูโรโซนมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะขาลง
อีซีบีมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1% ในการประชุมเมื่อวานนี้ แต่เตือนว่าเศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มที่จะซบเซาลงอีก พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) เร่งลงนามในข้อตกลงด้านการคลังภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งจะเร็วกว่าแผนเดิมที่กำหนดไว้ในเดือนมี.ค.
นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และข่าวที่ว่าอินเดียและจีนยังคงเดินหน้าซื้อทองคำ โดยเฉพาะจีนที่ซื้อทองคำเป็นจำนวนมากเพื่อเตรียมตัวสำหรับเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้

ข่าวหุ้น 13/1/55

ข่าวหุ้น-การเงินล่าสุด

วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555

ข่าวทองคำรอบโลก 9/1/55

World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (6 ม.ค.) หลังจากฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของฮังการีลงสู่ "ระดับขยะ" และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของรัฐบาลอิตาลีพุ่งขึ้นเหนือระดับ 7% ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการลุกลามของวิกฤตหนี้ยุโรปและยังได้บดบังตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐด้วย
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลดลง 55.78 จุด หรือ 0.45% ปิดที่ 12,359.92 จุด ดัชนี S&P 500 ขยับลง 3.25 จุด หรือ 0.25% ปิดที่ 1,277.81 จุด และดัชนี Nasdaq ดีดขึ้น 4.36 จุด หรือ 0.16% ปิดที่ 2,674.22 จุด
-- สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (6 ม.ค.) เพราะได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ร่วงลง อันเนื่องมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้ยุโรป อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่ยังคงตึงเครียดระหว่างอิหร่านและชาติตะวันตก ได้ช่วยพยุงสัญญาน้ำมันดิบเอาไว้จนสามารถไต่ขึ้นจากระดับต่ำสุดของวันได้
สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.ขยับลง 25 เซนต์ หรือ 0.25% ปิดที่101.56 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 101.95 - 100.89 ดอลลาร์
-- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (6 ม.ค.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ทำให้นักลงทุนลดการถือครองสัญญาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย โดยดอลลาร์แข็งค่าขึ้นหลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาดในเดือนธ.ค.
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.ร่วงลง 3.3 ดอลลาร์ หรือ 0.2% ปิดที่ 1,616.8ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1624.8 - 1616.8 ดอลลาร์
-- สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและสกุลเงินอื่นๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์ก
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (6 ม.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาดในเดือนธ.ค. ขณะที่ยูโรดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 6 เดือนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยววิกฤตหนี้และผลกระทบที่มีต่อภาคธนาคารของยุโรป
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.45% เมื่อเทียบกับยูโรที่ 1.2722 ยูโร จากระดับของวันพฤหัสบดีที่ 1.2780 ยูโร และดีดตัวขึ้น 0.37% เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่ 1.5425 ปอนด์ จากระดับ 1.5482 ปอนด์
นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังแข็งค่าขึ้น 0.21% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 0.9550 ฟรังค์ จากระดับ 0.9530 ฟรังค์ แต่อ่อนตัวลง 0.21% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 77.010 เยน จากระดับ 77.170 เยน
ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนตัวลง 0.17% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.0229 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.0246 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ขยับขึ้น 0.12% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7810 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7801 ดอลลาร์สหรัฐ
-- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (6 ม.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาดในเดือนธ.ค. ซึ่งข้อมูลดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ
ดัชนี FTSE 100 ปิดบวก 25.42 จุด หรือ 0.5% แตะที่ 5,649.68 จุด

ข่าวหุ้น 9/1/55

ข่าวหุ้น-การเงินล่าสุด

วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2555

ข่าวทองคำรอบโลก 6/1/55

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ยูโรอ่อน,สถานการณ์อิหร่าน หนุนทองปิดบวก $7.4

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (5 ม.ค.) ซึ่งเป็นการปิดในแดนบวกติดต่อกัน 5 วันทำการ เนื่องจากนักลงทุนยังคงเดินหน้าเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากกระทรวงกลาโหมอังกฤษเตือนว่าอาจจะใช้มาตรการทางทหารจัดการกับอิหร่าน หากอิหร่านยังขู่ที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ การอ่อนค่าลงของสกุลเงินยูโรยังเป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำด้วย
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.ปรับตัวขึ้น 7.4 ดอลลาร์ หรือ 0.5% ปิดที่ 1,620.10 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค. หลังจากที่สัญญาเคลื่อนไหวในกรอบ 1620.1 - 1602.0 ดอลลาร์ในระหว่างวัน
สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 19.90 เซนต์ ปิดที่ 29.296 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนมี.ค.ลดลง 0.8 เซนต์ ปิดที่ 3.4265 ดอลลาร์/ปอนด์
ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย.ร่วงลง 8.30 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,418.00 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค.ร่วงลง 9.15 ดอลลาร์ ปิดที่ 644.40 ดอลลาร์/ออนซ์
สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ในตลาดว่า ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้สัญญาทองคำ COMEX ปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้มาจากการอ่อนค่าของสกุลยูโรที่ทำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงที่จะลงทุนในสกุลเงินดังกล่าว และหันมาซื้อทองคำ โดยสกุลเงินยูโรร่วงลงต่ำกว่าระดับ 1.28 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อช่วงค่ำวานนี้ หลังจากมีรายงานว่านักลงทุนไม่ค่อยให้การตอบรับการประมูลขายพันธบัตรของรัฐบาลฝรั่งเศสเมื่อวานนี้
ทั้งนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสระดมทุนจากการขายพันธบัตรอายุ 10 ปีได้เพียง 4.02 พันล้านยูโรในการประมูลเมื่อวานนี้ ด้วยอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 3.29% เพิ่มขึ้นจากการประมูลครั้งก่อนที่ 3.18% ขณะที่อัตราส่วนความต้องการซื้อต่อปริมาณที่นำออกจำหน่าย (bid-to-cover ratio) ลดลงแตะ 1.64 เท่า จากระดับ 3.05 เท่า
นอกจากนี้ นักลงทุนยังเข้าซื้อทองคำเพื่อความปลอดภัย หลังจากกระทรวงกลาโหมอังกฤษเตือนว่าอาจจะใช้มาตรการทางทหาร หากอิหร่านยังขู่ว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญของโลก
เทรดเดอร์กล่าวว่า ประเด็นอิหร่านกำลังกลายมาเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ตลาดและนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซีย

ข่าวหุ้น 8/1/55

ข่าวหุ้น-การเงินล่าสุด

วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555

ข่าวหุ้น 5/1/55

ข่าวหุ้น-การเงินล่าสุด

ข่าวทองคำรอบโลก 5/1/55

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: วิตกสถานการณ์อิหร่าน,ยุโรป หนุนทองปิดพุ่ง $12.2
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (4 ม.ค.) ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 2 วันทำการ เนื่องจากกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่านและวิกฤตหนี้ยุโรป ยังคงเป็นแรงผลักดันให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำเพื่อความปลอดภัย
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.พุ่งขึ้น 12.2 ดอลลาร์ หรือ 0.76% ปิดที่ 1,612.7 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.เป็นต้นมา หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1612.7 - 1600.2 ดอลลาร์
สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค.ลดลง 47.5 เซนต์ ปิดที่ 29.097 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนมี.ค.ลดลง 9.4 เซนต์ ปิดที่ 3.4345 ดอลลาร์/ปอนด์
ส่วนสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค.ร่วงลง 9.95 ดอลลาร์ ปิดที่ 653.55 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย.ร่วงลง 6.20 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,426.30 ดอลลาร์/ออนซ์
สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ในตลาดว่า มีสัญญาณบ่งชี้ว่าทองคำได้กลับมาเคลื่อนไหวในช่วงขาขึ้นอีกครั้ง ในฐานะแหล่งการลงทุนที่ปลอดภัย เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของอิหร่าน รวมทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจโลก และวิกฤตหนี้ยุโรป ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนแล้วแต่กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำอย่างคึกคัก
นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้แรงหนุนจากสัญญาน้ำมันดิบ NYMEX ที่เคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากอิหร่านยังคงท้าทายอำนาจของชาติตะวันตกที่ประกาศคว่ำบาตรอิหร่านเมื่อไม่นานมานี้ และอิหร่านยังได้ประกาศความสำเร็จในการผลิตและทดสอบแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ด้วย
สัญญาทองคำได้แรงหนุนมากขึ้นหลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) รายงานว่า ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ เข้าซื้อทองเกือบ 350 ตันในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2554 ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางทั่วโลกจะยังคงเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องในปี 2555

วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2555

ข่าทองคำรอบโลก 4/1/55

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: สถานการณ์อิหร่านหนุนทองคำปิดพุ่ง $33.7
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นกว่า 33 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ (3 ม.ค.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในอิหร่านได้กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าถือครองสินทรัพย์ที่ปลอดภัย รวมถึงทองคำ นอกจากนี้ ตลาดทองคำยังได้ปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.พุ่งขึ้น 33.7 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 1,600.5 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1600.5 - 1592.0 ดอลลาร์
สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค.พุ่งขึ้น 1.657 ดอลลาร์ ปิดที่ 29.572 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนมี.ค.ปรับตัวขึ้น 9.25 เซนต์ ปิดที่ 3.5285 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย.พุ่งขึ้น 27.60 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,432.50 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค.พุ่งขึ้น 7.35 ดอลลาร์ ปิดที่ 663.50 ดอลลาร์/ออนซ์
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สัญญาทองคำนิวยอร์กทะยานขึ้นแข็งแกร่งในการซื้อขายวันแรกของปีพ.ศ. 2555 เนื่องจากกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่านได้กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ปลอดภัย รวมถึงทองคำ โดยอิหร่านขู่ว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก หลังจากที่กลุ่มประเทศตะวันตกได้ประกาศคว่ำบาตรอุตสาหกรรมพลังงานของอิหร่าน
นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐยังช่วยหนุนแรงซื้อเข้ามาในตลาดทองคำด้วย โดยดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับ 6 สกุลเงินที่เป็นคู่ค้าหลักของสหรัฐ ปรับตัวลง 0.8% แตะที่ 79.64 จุดในการซื้อขายเมื่อวานนี้
ส่วนเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ซึ่งเป็นการซื้อขายวันสุดท้ายของปีพศ. 2554 นั้น สัญญาทองคำ COMEX พุ่งขึ้น 25.9 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 1,566.8 ดอลลาร์/ออนซ์ และตลอดปี 2554 ที่ผ่านมานั้น สัญญาทองคำปรับตัวขึ้นทั้งสิ้น 10%

CPALL เตรียมลงทุน 3 พันลบ.เปิดสาขาใหม่-ศูนย์กระจายสินค้ารับค้าปลีกฟื้น

บมจ.ซีพีออล์(CPALL) ประเมินว่าภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในประเทศจะชะลอตัวในช่วงครึ่งปีแรกจากผลกระทบน้ำท่วมที่ส่งผลต่อสินค้าหลายประเภท โดยเฉพาะประเภทสินค้าฟุ่มเฟือย แต่ช่วงครึ่งปีหลังธุรกิจค้าปลีกน่าจะฟื้นตัวเต็มที่จากการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ
บริษัทยังมีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการฟื้นตัว โดยในปี 55 คาดว่าจะขยายสาขาเพิ่ม 500 แห่ง ใช้เงินลงทุนราว 2.5 พันล้านบาท และจะเปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ที่ จ.ลำพูนราวไตรมาส 3/55 น่าจะใช้เงินลงทุนราว 500 ล้านบาท
นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส CPALL กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกในปี 55 ช่วงครึ่งปีแรกกำลังซื้อยังคงชะลอตัวจากผลกระทบน้ำท่วม แต่จะมีบางธุรกิจยังมีแนวโน้มเติบโต เช่น วัสดุก่อสร้างจากความต้องการใช้ซ่อมแซม รวมทั้งธุรกิจอาหาร ส่วนสินค้าฟุ่มเฟือยความต้องการจะลดลง และคาดว่าจะกลับมาหลังไตรมาส 2 เป็นต้นไป ประเมินว่าภาพรวมธุรกิจค้าปลีกจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงครึ่งปีหลัง
บริษัทมีแผนเปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ที่ จ.ลำพูนในช่วงไตรมาส 3/55 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างและใช้เงินลงทุนกว่า 500 ล้านบาท ทั้งนี้ ศูนย์กระจายสินค้าดังกล่าวจะมาทดแทนศูนย์ฯที่จ.เชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันบริษัทเช่าพื้นที่อยู่ นอกจากนี้ บริษัทมีแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 500 สาขา โดยคาดว่าใช้เงินลงทุนรวมเฉลี่ย 2.5 พันล้านบาท โดยจะเน้นในพื้นที่ต่างจังหวัด เนื่องจากยังมีความต้องการอีกมาก อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่มีแผนเปิดสาขาในต่างประเทศในระยะใกล้นี้
ด้านสาขากว่า 700 แห่งที่ปิดบริการในช่วงน้ำท่วม ขณะนี้ได้ทยอยเปิดให้บริการเกือบครบหมดแล้ว ยังเหลืออีกเพียง 30-40 สาขาที่ยังปิดซ่อมแซมอยู่ โดยคาดว่าจะกลับมาเปิดให้บริการครบทั้งหมดปลาย ม.ค.นี้