ปิดตลาด TFEX วันที่ 1มี.ค. 2555 รายละเอียดดังนี้
SET50 Index Futures (สัญญาที่มีการซื้อขายสูงสุด )
สัญญา ปิด เปลี่ยนแปลง ปริมาณการซื้อขาย สถานะคงค้าง
S50H12 824.10 3.00 14,650 31,779
S50M12 818.60 4.30 1,413 2,498
ปริมาณการซื้อขายรวม 16,204 สัญญา สถานะคงค้างรวม 34,889 สัญญา
SET50 Index Options
Call Options (สัญญาที่มีการซื้อขายสูงสุด )
สัญญา ปิด เปลี่ยนแปลง ปริมาณการซื้อขาย สถานะคงค้าง
S50H12C820 17.00 2.30 123 88
ปริมาณการซื้อขายรวม 227 สัญญา สถานะคงค้างรวม 2,279 สัญญา
Put Options (สัญญาที่มีการซื้อขายสูงสุด )
สัญญา ปิด เปลี่ยนแปลง ปริมาณการซื้อขาย สถานะคงค้าง
S50H12P820 13.50 0.60 58 81
ปริมาณการซื้อขายรวม 215 สัญญา สถานะคงค้างรวม 3,465 สัญญา
Single Stock Futures (สัญญาที่มีการซื้อขายสูงสุด)
KTBH12 17.44 -0.01 1,755 7,925
รวมปริมาณการซื้อขายทั้งหมด 3,663 สัญญา สถานะคงค้าง 39,434 สัญญา
Interest Rate Futures
TBF6H12 - - - 2
รวมปริมาณการซื้อขายทั้งหมด 0 สัญญา สถานะคงค้าง 2 สัญญา
Gold Futures (สัญญาที่มีการซื้อขายสูงสุด )
สัญญา ปิด เปลี่ยนแปลง ปริมาณการซื้อขาย สถานะคงค้าง
GFJ12 25,130 -720.00 5,016 7,057
รวมปริมาณการซื้อขายทั้งหมด 6,448 สัญญา สถานะคงค้าง 8,159 สัญญา
Mini Gold Futures (สัญญาที่มีการซื้อขายสูงสุด )
สัญญา ปิด เปลี่ยนแปลง ปริมาณการซื้อขาย สถานะคงค้าง
GF10J12 25,130 -720.00 11,379 10,302
รวมปริมาณการซื้อขายทั้งหมด 14,546 สัญญา สถานะคงค้าง 12,426 สัญญา
Silver Futures (สัญญาที่มีการซื้อขายสูงสุด )
สัญญา ปิด เปลี่ยนแปลง ปริมาณการซื้อขาย สถานะคงค้าง
SVJ12 1,083 -47 74 124
รวมปริมาณการซื้อขายทั้งหมด 74 สัญญา สถานะคงค้าง 168 สัญญา
Brent Crude Oil Futures (สัญญาที่มีการซื้อขายสูงสุด )
สัญญา ปิด เปลี่ยนแปลง ปริมาณการซื้อขาย สถานะคงค้าง
BRH12 3,772 44.00 317 146
รวมปริมาณการซื้อขายทั้งหมด 341 สัญญา สถานะคงค้าง 201 สัญญา
หมายเหตุ :
H12 สัญญาสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2555
J 12 สัญญาสิ้นสุดเดือนเมษายน 2555
M12 สัญญาสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2555
Q12 สัญญาสิ้นสุดเดือนสิงหาคม 2555
ตารางสรุปการซื้อขาย TFEX คลิ๊กที่นี่
วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2555
CK คว้างานก่อสร้างงงง
CK คว้างาน ก่อสร้างงานคันดินและระบบระบายน้ำโครงการฟื้นฟูนิคมฯบางปะอิน
มูลค่า 673.92ลบ.
รายงานข่าวจากบริษัทช.การช่าง จำกัด (มหาชน)(CK)แจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทยทราบว่า บริษัทฯได้ลงนามในสัญญาจ้างเหมาออกแบบ และก่อสร้างงานคัน
ดิน และระบบระบายน้ำสำหรับโครงการฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน อำเภอบางปะอิน
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับ บริษัทที่ดินบางปะอิน จำกัด ซึ่งเป็นรายการธุรกิจปกติและเป็น
ไปตามเงื่อนไขทางการค้าโดยทั่วไปและเป็นข้อตกลงทางการค้าซึ่งเป็นไปตามหลักการที่
คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติไว้แล้ว
โดยมีรายละเอียดของงานดังต่อไปนี้
วันที่ลงนาม 24 กุมภาพันธ์ 2555
มูลค่าสัญญาประมาณ673,928,800 บาท
(หกร้อยเจ็ดสิบสามล้านเก้าแสนสองหมื่นแปดพันแปดร้อยบาทถ้วน)
รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
ระยะเวลาแล้วเสร็จ 31 ธันวาคม 2556
มูลค่า 673.92ลบ.
รายงานข่าวจากบริษัทช.การช่าง จำกัด (มหาชน)(CK)แจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทยทราบว่า บริษัทฯได้ลงนามในสัญญาจ้างเหมาออกแบบ และก่อสร้างงานคัน
ดิน และระบบระบายน้ำสำหรับโครงการฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน อำเภอบางปะอิน
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับ บริษัทที่ดินบางปะอิน จำกัด ซึ่งเป็นรายการธุรกิจปกติและเป็น
ไปตามเงื่อนไขทางการค้าโดยทั่วไปและเป็นข้อตกลงทางการค้าซึ่งเป็นไปตามหลักการที่
คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติไว้แล้ว
โดยมีรายละเอียดของงานดังต่อไปนี้
วันที่ลงนาม 24 กุมภาพันธ์ 2555
มูลค่าสัญญาประมาณ673,928,800 บาท
(หกร้อยเจ็ดสิบสามล้านเก้าแสนสองหมื่นแปดพันแปดร้อยบาทถ้วน)
รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
ระยะเวลาแล้วเสร็จ 31 ธันวาคม 2556
วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
สื่อเผยธนาคาร-บริษัทจีนลดทำธุรกรรมในยูโรโซน
สื่อเผยธนาคาร-บริษัทจีนลดทำธุรกรรมในยูโรโซน และยังลดการออกผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่งสินทรัพย์สกุลยูโร
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล นิวส์ ของทางการจีนรายงานว่า ธนาคารและบริษัทของจีนในเมืองท่าเทียนจิน ปรับลดการลงทุนในยุโรปขณะที่วิกฤติหนี้ยูโรโซนลุกลาม
ผลผลสำรวจธนาคาร 53 แห่งและบริษัท 15 แห่งของผู้ควบคุมกฏระเบียบปริวรรตเงินตราพบว่า มีธนาคาร 11 แห่งที่ปรับลดหรือยุติการทำธุรกรรมทางการเงินสำหรับประเทศในยุโรปที่ความเสี่ยงด้านหนี้สินสูง ระงับการทำธุรกรรมตราสารอนุพันธ์กับธนาคารของยุโรป ลดหรือยุติการปล่อยกู้ให้กับธนาคารต่างชาติโดยเฉพาะจากยุโรป
นอกจากนี้ ยังลดการออกผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่งสินทรัพย์สกุลยูโร เนื่องจากยูโรที่อ่อนค่าส่งผลให้ผลประกอบการติดลบในปีที่ผ่านมา
บริษัทของจีนได้ถอนการลงทุนขณะที่ผู้นำยุโรป เรียกร้องให้รัฐบาลจีน ให้การสนับสนุนกองทุนช่วยเหลือยุโรป แม้ผู้นำจีนแสดงความเชื่อมั่นในประเทศยุโรป แต่ก็ไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาที่หนักแน่นในการช่วยเหลือด้านการเงิน โดยเรียกร้องให้ยุโรปดำเนินมาตรการด้วยตัวเองไปก่อน
ทั้งนี้ ยุโรป เป็นตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดอันดับสองของเทียนจิน รองจากสหรัฐ แต่กลุ่มผู้ส่งออกจีน กำลังพยายามที่จะขายสินค้าในประเทศมากขึ้นหรือทำธุรกิจในตลาดเกิดใหม่ เพื่อลดการการพึ่งพายูโรโซน
ผลสำรวจบ่งชี้ว่า บริษัทจีน กำลังเร่งอัตราการขยายตัวในต่างประเทศโดยใช้ความได้เปรียบจากหยวนที่แข็งค่า และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ซบเซาในยุโรปและสหรัฐ
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล นิวส์ ของทางการจีนรายงานว่า ธนาคารและบริษัทของจีนในเมืองท่าเทียนจิน ปรับลดการลงทุนในยุโรปขณะที่วิกฤติหนี้ยูโรโซนลุกลาม
ผลผลสำรวจธนาคาร 53 แห่งและบริษัท 15 แห่งของผู้ควบคุมกฏระเบียบปริวรรตเงินตราพบว่า มีธนาคาร 11 แห่งที่ปรับลดหรือยุติการทำธุรกรรมทางการเงินสำหรับประเทศในยุโรปที่ความเสี่ยงด้านหนี้สินสูง ระงับการทำธุรกรรมตราสารอนุพันธ์กับธนาคารของยุโรป ลดหรือยุติการปล่อยกู้ให้กับธนาคารต่างชาติโดยเฉพาะจากยุโรป
นอกจากนี้ ยังลดการออกผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่งสินทรัพย์สกุลยูโร เนื่องจากยูโรที่อ่อนค่าส่งผลให้ผลประกอบการติดลบในปีที่ผ่านมา
บริษัทของจีนได้ถอนการลงทุนขณะที่ผู้นำยุโรป เรียกร้องให้รัฐบาลจีน ให้การสนับสนุนกองทุนช่วยเหลือยุโรป แม้ผู้นำจีนแสดงความเชื่อมั่นในประเทศยุโรป แต่ก็ไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาที่หนักแน่นในการช่วยเหลือด้านการเงิน โดยเรียกร้องให้ยุโรปดำเนินมาตรการด้วยตัวเองไปก่อน
ทั้งนี้ ยุโรป เป็นตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดอันดับสองของเทียนจิน รองจากสหรัฐ แต่กลุ่มผู้ส่งออกจีน กำลังพยายามที่จะขายสินค้าในประเทศมากขึ้นหรือทำธุรกิจในตลาดเกิดใหม่ เพื่อลดการการพึ่งพายูโรโซน
ผลสำรวจบ่งชี้ว่า บริษัทจีน กำลังเร่งอัตราการขยายตัวในต่างประเทศโดยใช้ความได้เปรียบจากหยวนที่แข็งค่า และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ซบเซาในยุโรปและสหรัฐ
20 อันดับต่าชาติเข้าซื้อ 6/2/55
| Date : 06/02/2012 | ||||||
| Symbol | Volume (Share) | % * | ||||
| Buy | Sell | Total | Net | |||
| 1 | BLAND | 10,005,000 | 2,174,000 | 12,179,000 | 7,831,000 | 14.67 |
| 2 | AP | 6,851,900 | 110,500 | 6,962,400 | 6,741,400 | 27.01 |
| 3 | GLOBAL | 4,258,600 | - | 4,258,600 | 4,258,600 | 30.83 |
| 4 | ZMICO | 4,471,300 | 310,300 | 4,781,600 | 4,161,000 | 14.33 |
| 5 | THRE | 3,998,900 | 55,000 | 4,053,900 | 3,943,900 | 16.88 |
| 6 | KBANK | 5,035,800 | 1,210,088 | 6,245,888 | 3,825,712 | 44.22 |
| 7 | IVL | 4,648,000 | 1,108,700 | 5,756,700 | 3,539,300 | 4.56 |
| 8 | LANNA | 2,575,700 | 58,800 | 2,634,500 | 2,516,900 | 19.73 |
| 9 | JAS | 2,614,300 | 200,000 | 2,814,300 | 2,414,300 | 1.46 |
| 10 | TISCO | 2,607,236 | 352,700 | 2,959,936 | 2,254,536 | 34.71 |
| 11 | EARTH | 2,608,200 | 543,900 | 3,152,100 | 2,064,300 | 1.74 |
| 12 | BBL | 4,195,600 | 2,169,000 | 6,364,600 | 2,026,600 | 38.15 |
| 13 | TOP | 1,541,300 | 32,200 | 1,573,500 | 1,509,100 | 12.32 |
| 14 | GJS | 1,500,000 | - | 1,500,000 | 1,500,000 | 1.61 |
| 15 | RS | 1,935,000 | 578,000 | 2,513,000 | 1,357,000 | 5.66 |
| 16 | KGI | 1,282,000 | 20,000 | 1,302,000 | 1,262,000 | 11.7 |
| 17 | TRUBB | 1,282,000 | 30,052 | 1,312,052 | 1,251,948 | 3.65 |
| 18 | CENTEL | 1,522,600 | 329,000 | 1,851,600 | 1,193,600 | 28.47 |
| 19 | MAJOR | 2,516,300 | 1,388,600 | 3,904,900 | 1,127,700 | 52.24 |
| 20 | BAY | 9,847,800 | 8,814,040 | 18,661,840 | 1,033,760 | 42.5 |
ยูโรอ่อนค่าเทียบดอลลาร์เหตุปัญหาหนี้กรีซ
ยูโรอ่อนค่าเทียบดอลลาร์หลังกรีซเลื่อนรับเงื่อนไขรับความช่วยเหลือรอบใหม่ออกไปอีก
สกุลเงินยูโรร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 ก.พ.) เนื่องจากกลุ่มผู้นำทางการเมืองของกรีซได้เลื่อนเวลาการตัดสินใจเกี่ยวกับเงื่อนไขในการรับความช่วยเหลือรอบใหม่ออกไปอีก สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่ากรีซอาจจะไม่รอดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้
ทั้งนี้ สกุลเงินยูโรร่วงลง 0.11% แตะที่ 1.3129 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.3143 ดอลลาร์ และยูโร อ่อนค่าลงแตะ 100.11 เยน จาก 100.83 เยน ขณะที่ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเทียบกับอีก 6 สกุลเงิน ปรับตัวขึ้น 0.6% แตะ 79.451
ส่วนดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อคืนนี้ (6 ก.พ.) จากความวิตกกังวลที่ว่า กรีซอาจจะผิดนัดชำระหนี้ หลังจากการเจรจาเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซต้องยืดเยื้อออกไป
บรรดาผู้นำอียูเรียกร้องให้รัฐบาลกรีซจัดทำแผนรัดเข็มขัดชุดใหม่เพื่อแลกกับความช่วยเหลือวงเงิน 1.30 แสนล้านยูโร รวมถึงการล้างหนี้ของเจ้าหนี้ภาคเอกชน โดยรัฐบาลกรีซจำเป็นต้องได้เงินช่วยเหลือดังกล่าวภายในเดือนมีนาคมนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้
ทั้งนี้ นายลูคัส ปาปาเดมอส นายกรัฐมนตรีกรีซ และหัวหน้าพรรคการเมืองอีกสามพรรคที่ให้การสนับสนุนรัฐบาล จะประชุมร่วมกันอีกครั้งในช่วงเที่ยงวันนี้ตามเวลากรุงเอเธนส์ เพื่อหารือในรายละเอียดของข้อตกลงให้เป็นไปตามเงื่อนไขของอียูและไอเอ็มเอฟ
ขณะเดียวกัน ในวันนี้ นางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และนายนิโกลาส์ ซาร์โกซี ประธานาธิบดีฝรั่งเศส มีกำหนดที่จะประชุมร่วมกันที่กรุงปารีส เพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขวิกฤตหนี้กรีซและยูโรโซนด้วย
สกุลเงินยูโรร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 ก.พ.) เนื่องจากกลุ่มผู้นำทางการเมืองของกรีซได้เลื่อนเวลาการตัดสินใจเกี่ยวกับเงื่อนไขในการรับความช่วยเหลือรอบใหม่ออกไปอีก สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่ากรีซอาจจะไม่รอดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้
ทั้งนี้ สกุลเงินยูโรร่วงลง 0.11% แตะที่ 1.3129 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.3143 ดอลลาร์ และยูโร อ่อนค่าลงแตะ 100.11 เยน จาก 100.83 เยน ขณะที่ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเทียบกับอีก 6 สกุลเงิน ปรับตัวขึ้น 0.6% แตะ 79.451
ส่วนดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อคืนนี้ (6 ก.พ.) จากความวิตกกังวลที่ว่า กรีซอาจจะผิดนัดชำระหนี้ หลังจากการเจรจาเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซต้องยืดเยื้อออกไป
บรรดาผู้นำอียูเรียกร้องให้รัฐบาลกรีซจัดทำแผนรัดเข็มขัดชุดใหม่เพื่อแลกกับความช่วยเหลือวงเงิน 1.30 แสนล้านยูโร รวมถึงการล้างหนี้ของเจ้าหนี้ภาคเอกชน โดยรัฐบาลกรีซจำเป็นต้องได้เงินช่วยเหลือดังกล่าวภายในเดือนมีนาคมนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้
ทั้งนี้ นายลูคัส ปาปาเดมอส นายกรัฐมนตรีกรีซ และหัวหน้าพรรคการเมืองอีกสามพรรคที่ให้การสนับสนุนรัฐบาล จะประชุมร่วมกันอีกครั้งในช่วงเที่ยงวันนี้ตามเวลากรุงเอเธนส์ เพื่อหารือในรายละเอียดของข้อตกลงให้เป็นไปตามเงื่อนไขของอียูและไอเอ็มเอฟ
ขณะเดียวกัน ในวันนี้ นางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และนายนิโกลาส์ ซาร์โกซี ประธานาธิบดีฝรั่งเศส มีกำหนดที่จะประชุมร่วมกันที่กรุงปารีส เพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขวิกฤตหนี้กรีซและยูโรโซนด้วย
หนี้สาธารณะกรีซทะยานใกล้160%ของจีดีพี
ยูโรสแตทเผยตัวเลขหนี้สาธารณะกรีซไตรมาส 3 ปี 2554 พุ่งสู่ระดับ 159.1% ของจีดีพีประเทศ
สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป(ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า ตัวเลขหนี้สาธารณะของกรีซพุ่งขึ้นสู่ระดับ 159.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2554 เพิ่มขึ้นจากระดับ 154.7% ของจีดีพี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในกลุ่มยูโรโซน สะท้อนให้เห็นว่า กรีซยังคงเผชิญกับภาระหนี้สินมูลค่ามหาศาล แม้รัฐบาลพยายามลดการใช้จ่ายลงจำนวนมากก็ตาม
ขณะเดียวกัน ยูโรสแตท ระบุว่า อิตาลีสามารถจัดการตัวเลขหนี้สินให้ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 119.6% ต่อจีดีพี จากระดับ 121.2% ในไตรมาส 2 ส่วนตัวเลขหนี้สินโดยรวมของ 17 ประเทศยูโรโซนปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 87.4% ของจีดีพี จากระดับ 87.7% ในไตรมาส 2
ทั้งนี้ ยูโรสแตท ได้จัดลำดับตัวเลขหนี้ของ 17 ประเทศยูโรโซน ช่วงไตรมาส 3 ปี 2554 ไว้ดังนี้ 1. กรีซ หนี้สิน 159.1% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 154.7% 2. อิตาลี 119.6% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 121.2% 3. โปรตุเกส 110.1% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 106.5% 4. ไอร์แลนด์ 104.9% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 102.3% 5. เบลเยี่ยม 98.5% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 98.0% 6. ฝรั่งเศส 85.2% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 86.0%
เยอรมนีอันดับ 7 มีหนี้สาธารณะ 81.8% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 82.0% 8. ออสเตรีย 71.6% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 72.2% 9. มอลตา 70.3% ของจีดีพีลดลงจากระดับ 71.9% 10. ไซปรัส 67.5% ของจีดีพี ทรงตัว
อันดับ11. สเปน 66% ของจีดีพี ทรงตัว 12. เนเธอร์แลนด์ 64.5% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 63.8% 13. ฟินแลนด์ 47.2% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 45.6% 14. สโลเวเนีย 44.4% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 44.5%
อันดับ 15. สโลวาเกีย 42.2% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 42.7% อันดับ 16. ลักเซมเบิร์ก 18.5% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 18.8% และสุดท้ายคือ เอสโทเนียมีหนี้สาธารณะ 6.1% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 6.3%
สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป(ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า ตัวเลขหนี้สาธารณะของกรีซพุ่งขึ้นสู่ระดับ 159.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2554 เพิ่มขึ้นจากระดับ 154.7% ของจีดีพี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในกลุ่มยูโรโซน สะท้อนให้เห็นว่า กรีซยังคงเผชิญกับภาระหนี้สินมูลค่ามหาศาล แม้รัฐบาลพยายามลดการใช้จ่ายลงจำนวนมากก็ตาม
ขณะเดียวกัน ยูโรสแตท ระบุว่า อิตาลีสามารถจัดการตัวเลขหนี้สินให้ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 119.6% ต่อจีดีพี จากระดับ 121.2% ในไตรมาส 2 ส่วนตัวเลขหนี้สินโดยรวมของ 17 ประเทศยูโรโซนปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 87.4% ของจีดีพี จากระดับ 87.7% ในไตรมาส 2
ทั้งนี้ ยูโรสแตท ได้จัดลำดับตัวเลขหนี้ของ 17 ประเทศยูโรโซน ช่วงไตรมาส 3 ปี 2554 ไว้ดังนี้ 1. กรีซ หนี้สิน 159.1% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 154.7% 2. อิตาลี 119.6% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 121.2% 3. โปรตุเกส 110.1% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 106.5% 4. ไอร์แลนด์ 104.9% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 102.3% 5. เบลเยี่ยม 98.5% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 98.0% 6. ฝรั่งเศส 85.2% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 86.0%
เยอรมนีอันดับ 7 มีหนี้สาธารณะ 81.8% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 82.0% 8. ออสเตรีย 71.6% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 72.2% 9. มอลตา 70.3% ของจีดีพีลดลงจากระดับ 71.9% 10. ไซปรัส 67.5% ของจีดีพี ทรงตัว
อันดับ11. สเปน 66% ของจีดีพี ทรงตัว 12. เนเธอร์แลนด์ 64.5% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 63.8% 13. ฟินแลนด์ 47.2% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากระดับ 45.6% 14. สโลเวเนีย 44.4% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 44.5%
อันดับ 15. สโลวาเกีย 42.2% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 42.7% อันดับ 16. ลักเซมเบิร์ก 18.5% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 18.8% และสุดท้ายคือ เอสโทเนียมีหนี้สาธารณะ 6.1% ของจีดีพี ลดลงจากระดับ 6.3%
วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
อิตาลีเรียกร้องความสามัคคีกอบกู้วิกฤติหนี้
นายกรัฐมนตรีอิตาลี เรียกร้องให้มีความสามัคคีในกลุ่มประเทศสมาชิกอียูเพื่อจัดการวิกฤตหนี้
นายกรัฐมนตรีมาริโอ มอนติของอิตาลี เรียกร้องให้มีความสามัคคีในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ในความพยายามที่จะจัดการวิกฤตหนี้ พร้อมระบุว่า วิกฤตหนี้ได้ทำให้บรรยากาศของยุโรปมีความเข้าใจที่ผิดและมีอคติ ระหว่างกลุ่มประเทศทางเหนือ ทางใต้ ประเทศใหญ่ ประเทศเล็ก
นอกจากนี้ นายมอนติ ยังเรียกร้องให้มีการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ ในการยับยั้งไม่ให้ความขุ่นเคืองใจดังกล่าวลุกลามออกไป เพราะสถานการณ์ขุ่นเคืองใจที่เกิดขึ้น เป็นอันตรายรุนแรงและมีแนวโน้มยืดเยื้อ ในระยะยาวมากกว่าวิกฤตหนี้ยูโรโซนเอง
“กระบวนการของความขัดแย้งทางการเมืองมากขึ้นระหว่างกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราอยู่ในกระบวนการของการรวมกลุ่มทางการเมืองมากขึ้น เราไม่เพียงต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหา แต่ยังต้องเป็นไปในเชิงปรองดองด้วย และเราต้องดำเนินการในวิถีทาง ที่จะสามารถให้คำมั่นสัญญา ที่สมเหตุสมผลเกี่ยวกับอนาคตที่สดใสขึ้น" ผู้นำอิตาลี กล่าว
ด้านเจ้าหน้าที่กรีซ ยังคงหารือต่อเนื่องรอบใหม่ กับกลุ่มเจ้าหนี้เอกชนในกรุงเอเธนส์ ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยมีวัตถุประสงค์ในการบรรลุข้อตกลงที่สำคัญ 2 ฉบับเกี่ยวกับแผนสวอปหนี้กรีซ และเงื่อนไขของมาตรการช่วยเหลือรอบ 2 เพื่อให้กรีซเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้
“หลายประเด็นได้รับการแก้ไขไปแล้ว แต่ยังมีหัวข้อสำคัญบางประการที่ยังคงไม่ได้ข้อสรุป" นายอีแวนเจลอส เวนิเซลอส รัฐมนตรีคลังของกรีซ กล่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมอีกครั้ง กับคณะผู้แทนจ้าหน้าที่ตรวจสอบของสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เกี่ยวกับมาตรการเงินกู้ช่วยเหลือรอบ 2 มูลค่า 1.30 แสนล้านยูโร (1.7091 แสนล้านดอลลาร์)
รัฐบาลกรีซ ได้หารือกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดังกล่าวในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับเงื่อนไขสำหรับการให้เงินช่วยเหลือต่อไปแก่กรีซ ซึ่งหลังการประชุมทางโทรศัพท์ของรัฐมนตรีคลังยูโรโซนเมื่อบ่ายวานนี้ ได้มีความคืบหน้าและคาดว่า นายกรัฐมนตรีลูคัส ปาปาเดมอสของกรีซ จะหารืออีกครั้ง เกี่ยวกับร่างข้อตกลงกับผู้นำของ 3 พรรคการเมือง ที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลเฉพาะกาลของเขาในวันนี้
นายกรัฐมนตรีมาริโอ มอนติของอิตาลี เรียกร้องให้มีความสามัคคีในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ในความพยายามที่จะจัดการวิกฤตหนี้ พร้อมระบุว่า วิกฤตหนี้ได้ทำให้บรรยากาศของยุโรปมีความเข้าใจที่ผิดและมีอคติ ระหว่างกลุ่มประเทศทางเหนือ ทางใต้ ประเทศใหญ่ ประเทศเล็ก
นอกจากนี้ นายมอนติ ยังเรียกร้องให้มีการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ ในการยับยั้งไม่ให้ความขุ่นเคืองใจดังกล่าวลุกลามออกไป เพราะสถานการณ์ขุ่นเคืองใจที่เกิดขึ้น เป็นอันตรายรุนแรงและมีแนวโน้มยืดเยื้อ ในระยะยาวมากกว่าวิกฤตหนี้ยูโรโซนเอง
“กระบวนการของความขัดแย้งทางการเมืองมากขึ้นระหว่างกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราอยู่ในกระบวนการของการรวมกลุ่มทางการเมืองมากขึ้น เราไม่เพียงต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหา แต่ยังต้องเป็นไปในเชิงปรองดองด้วย และเราต้องดำเนินการในวิถีทาง ที่จะสามารถให้คำมั่นสัญญา ที่สมเหตุสมผลเกี่ยวกับอนาคตที่สดใสขึ้น" ผู้นำอิตาลี กล่าว
ด้านเจ้าหน้าที่กรีซ ยังคงหารือต่อเนื่องรอบใหม่ กับกลุ่มเจ้าหนี้เอกชนในกรุงเอเธนส์ ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยมีวัตถุประสงค์ในการบรรลุข้อตกลงที่สำคัญ 2 ฉบับเกี่ยวกับแผนสวอปหนี้กรีซ และเงื่อนไขของมาตรการช่วยเหลือรอบ 2 เพื่อให้กรีซเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้
“หลายประเด็นได้รับการแก้ไขไปแล้ว แต่ยังมีหัวข้อสำคัญบางประการที่ยังคงไม่ได้ข้อสรุป" นายอีแวนเจลอส เวนิเซลอส รัฐมนตรีคลังของกรีซ กล่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมอีกครั้ง กับคณะผู้แทนจ้าหน้าที่ตรวจสอบของสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เกี่ยวกับมาตรการเงินกู้ช่วยเหลือรอบ 2 มูลค่า 1.30 แสนล้านยูโร (1.7091 แสนล้านดอลลาร์)
รัฐบาลกรีซ ได้หารือกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดังกล่าวในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับเงื่อนไขสำหรับการให้เงินช่วยเหลือต่อไปแก่กรีซ ซึ่งหลังการประชุมทางโทรศัพท์ของรัฐมนตรีคลังยูโรโซนเมื่อบ่ายวานนี้ ได้มีความคืบหน้าและคาดว่า นายกรัฐมนตรีลูคัส ปาปาเดมอสของกรีซ จะหารืออีกครั้ง เกี่ยวกับร่างข้อตกลงกับผู้นำของ 3 พรรคการเมือง ที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลเฉพาะกาลของเขาในวันนี้
ประชุมยูโรโซนจันทร์นี้ชี้ชะตาแผนอุ้มกรีซรอบ 2
ขุนคลังยูโรโซนเตรียมบรรลุข้อตกลงแผนช่วยเหลือกรีซรอบ 2 วันจันทร์นี้เพื่อให้ตลาดเชื่อมั่นฐานะการเงินของรัฐบาลยูโรโซนมากขึ้น
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูโรโซนจะประชุมกันที่กรุงบรัสเซลส์ ในวันที่ 6 ก.พ.ระหว่างเวลา 15.00-21.00 น.ตามเวลาปรัเทศไทย เพื่อจัดเตรียมรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซ และจะมีการยื่นมาตรการดังกล่าวต่อรัฐมนตรีคลังยูโรโซน เพื่อทำการอนุมัติในการประชุมนัดพิเศษเวลา 23.00 น.ตามเวลาประเทศไทย
ข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซในครั้งนี้ จะครอบคลุมถึงเงินช่วยเหลือรอบใหม่จากทางการยูโรโซ ขนาดของผลขาดทุนที่ภาคธนาคารและเอกชนรายอื่นๆที่ถือครองพันธบัตรกรีซ เต็มใจจะยอมรับ รวมทั้งมาตรการปฏิรูปที่รัฐบาลกรีซจำเป็นต้องปฏิบัติตาม
การบรรลุข้อตกลงในครั้งนี้ จะช่วยยุติภาวะไม่แน่นอนที่ดำเนินมานานหลายเดือน เกี่ยวกับความเสียหายที่ภาคเอกชนจะยินยอมแบกรับ และความไม่แน่นอน เกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้อย่างยั่งยืนของรัฐบาลกรีซ
ขณะนี้กรีซ มีหนี้สินในสัดส่วน 160 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) และความไม่แน่นอนในเรื่องนี้ ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของหลายประเทศในยูโรโซนพุ่งสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
นายโอลลี เรห์น กรรมาธิการเศรษฐกิจและการเงินของสหภาพยุโรป(อียู) กล่าวว่า ได้ดำเนินการเจรจาไปมากแล้ว และน่าจะสามารถปิดการเจรจาได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อีกทั้งกำลังเจรจาเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซรอบ 2 โดยขณะนี้กรีซ จำเป็นต้องตกลงว่าจะดำเนินการปฏิรูป
ผู้นำอียู เคยตกลงกันในเดือนต.ค. 2554ว่า จะปล่อยกู้ให้แก่กรีซอีกเป็นจำนวนเงินราว 1.30 แสนล้านยูโร ถ้าหากเจ้าหนี้ยอมลดหนี้ให้แก่กรีซราวครึ่งหนึ่ง ซึ่งมาตรการปรับลดหนี้ดังกล่าวเรียกว่า การมีส่วนร่วมของภาคเอกชน (พีเอสไอ) ซึ่งซีอีโอของธนาคารดอยช์ แบงก์กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ถือครองพันธบัตรของกรีซ พร้อมที่จะแบกรับผลขาดทุนราว 70 % เมื่อเทียบกับมูลค่าการลงทุนสุทธิของตนเองในพันธบัตรกรีซในปัจจุบัน
นายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานกลุ่มยูโรกรุ๊ป (กลุ่มรัฐมนตรีคลังยูโรโซน) กล่าวว่า การเจรจาระหว่างรัฐบาลกรีซกับเอกชนผู้ถือครองพันธบัตรมีความยากลำบากเป็นอย่างมาก
นายยุงเกอร์ กล่าวว่า ผลการประชุมสุดยอดผู้นำอียูในวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมาไม่เพียงพอ ที่จะช่วยแก้วิกฤติหนี้ยูโรโซน และจำเป็นต้องมีการดำเนินขั้นตอนต่อไป เพื่อคุมเข้มกฎเกณฑ์ทางการคลังสำหรับประเทศสมาชิกยูโรโซน 17 ประเทศ
ในการประชุมสุดยอดครั้งนั้น ผู้นำยูโรโซน ได้เรียกร้องให้มีการเร่งรัดการทำข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการให้ความช่วยเหลือกรีซรอบ 2 หลังจากมาตรการช่วยเหลือรอบแรกในวงเงิน 1.10 แสนล้านยูโรจะหมด
อายุลงในปีนี้
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จ่ายเงินสมทบเป็นจำนวน 3 หมื่นล้านยูโรให้แก่มาตรการช่วยเหลือกรีซรอบแรกที่มีวงเงิน 1.10 แสนล้านยูโร โดยรัฐบาลยูโรโซน คาดหวังว่าไอเอ็มเอฟจะเข้ามามีส่วนร่วมในมาตรการให้ความช่วยเหลือรอบ 2 ด้วยการจ่ายเงินสมทบราว 1 ใน 3 แต่ไอเอ็มเอฟ ยังไม่ได้ให้สัญญาที่ชัดเจนในเรื่องนี้
เจ้าหน้าที่บางรายกล่าวว่าพีเอสไอ ถือเป็นเพียงส่วนประกอบเดียวเท่านั้น ในข้อตกลงครั้งนี้ โดยขณะนี้จุดสนใจได้มุ่งไปที่มาตรการปฏิรูปใหม่ที่รัฐบาลกรีซ จำเป็นต้องปฏิบัติตามเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือ รวมทั้งประเด็นที่ว่า รัฐบาลยูโรโซนและสถาบันต่างๆจะจ่ายเงินสมทบมากเพียงใดในการช่วยเหลือกรีซ โดยมาตรการเหล่านี้ ตั้งเป้าที่จะทำให้หนี้สินของกรีซมีสัดส่วนลดลงสู่ 120 % ของจีดีพีภายในปี 2563 จาก 160 % ในปัจจุบัน
รมว.คลังยูโรโซน ระบุว่า ทุกพรรคการเมืองในกรีซจะต้องลงนามในหนังสือสัญญาว่า พวกเขาจะปฏิบัติตามข้อตกลงในการปฏิรูปภายใต้มาตรการช่วยเหลือรอบ 2 โดยมีเงื่อนไขว่า กรีซจะต้องปรับลดงบรายจ่าย 1 %ของจีดีพี หรือมากกว่า 2 พันล้านยูโรในปีนี้ ซึ่งรวมถึงการปรับลดงบรายจ่ายด้านกลาโหมและสาธารณสุข
เจ้าหน้าที่ยูโรโซนคนหนึ่งกล่าวว่า เรื่องทั้งหมดนี้มีความเชื่อมโยงกัน โดยการตกลงกันเรื่องพีเอสไอ ไม่สามารถกระทำได้ ถ้าหากยังไม่มีการตกลงกันในส่วนอื่นๆในมาตรการนี้ เพราะว่าการดำเนินโครงการพีเอสไอ จำเป็นต้องได้รับเงินทุนจากทางการยูโรโซนในมาตรการให้ความช่วยเหลือรอบ 2
ด้านนายกรัฐมนตรีลูคัส ปาปาเดมอสของกรีซ เตรียมเรียกประชุมผู้นำพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 3 พรรคของกรีซ เพื่อขอให้พวกเขาให้การสนับสนุนมาตรการปฏิรูปประเทศ โดยพรรคการเมือง 3 พรรคนี้ ประกอบด้วยพรรคปาซอก ซึ่งเป็นพรรคสังคมนิยม พรรคนิว เดโมเครซี ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษ์นิยม และพรรค ลาออส ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูโรโซนจะประชุมกันที่กรุงบรัสเซลส์ ในวันที่ 6 ก.พ.ระหว่างเวลา 15.00-21.00 น.ตามเวลาปรัเทศไทย เพื่อจัดเตรียมรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซ และจะมีการยื่นมาตรการดังกล่าวต่อรัฐมนตรีคลังยูโรโซน เพื่อทำการอนุมัติในการประชุมนัดพิเศษเวลา 23.00 น.ตามเวลาประเทศไทย
ข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซในครั้งนี้ จะครอบคลุมถึงเงินช่วยเหลือรอบใหม่จากทางการยูโรโซ ขนาดของผลขาดทุนที่ภาคธนาคารและเอกชนรายอื่นๆที่ถือครองพันธบัตรกรีซ เต็มใจจะยอมรับ รวมทั้งมาตรการปฏิรูปที่รัฐบาลกรีซจำเป็นต้องปฏิบัติตาม
การบรรลุข้อตกลงในครั้งนี้ จะช่วยยุติภาวะไม่แน่นอนที่ดำเนินมานานหลายเดือน เกี่ยวกับความเสียหายที่ภาคเอกชนจะยินยอมแบกรับ และความไม่แน่นอน เกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้อย่างยั่งยืนของรัฐบาลกรีซ
ขณะนี้กรีซ มีหนี้สินในสัดส่วน 160 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) และความไม่แน่นอนในเรื่องนี้ ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของหลายประเทศในยูโรโซนพุ่งสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
นายโอลลี เรห์น กรรมาธิการเศรษฐกิจและการเงินของสหภาพยุโรป(อียู) กล่าวว่า ได้ดำเนินการเจรจาไปมากแล้ว และน่าจะสามารถปิดการเจรจาได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อีกทั้งกำลังเจรจาเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซรอบ 2 โดยขณะนี้กรีซ จำเป็นต้องตกลงว่าจะดำเนินการปฏิรูป
ผู้นำอียู เคยตกลงกันในเดือนต.ค. 2554ว่า จะปล่อยกู้ให้แก่กรีซอีกเป็นจำนวนเงินราว 1.30 แสนล้านยูโร ถ้าหากเจ้าหนี้ยอมลดหนี้ให้แก่กรีซราวครึ่งหนึ่ง ซึ่งมาตรการปรับลดหนี้ดังกล่าวเรียกว่า การมีส่วนร่วมของภาคเอกชน (พีเอสไอ) ซึ่งซีอีโอของธนาคารดอยช์ แบงก์กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ถือครองพันธบัตรของกรีซ พร้อมที่จะแบกรับผลขาดทุนราว 70 % เมื่อเทียบกับมูลค่าการลงทุนสุทธิของตนเองในพันธบัตรกรีซในปัจจุบัน
นายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานกลุ่มยูโรกรุ๊ป (กลุ่มรัฐมนตรีคลังยูโรโซน) กล่าวว่า การเจรจาระหว่างรัฐบาลกรีซกับเอกชนผู้ถือครองพันธบัตรมีความยากลำบากเป็นอย่างมาก
นายยุงเกอร์ กล่าวว่า ผลการประชุมสุดยอดผู้นำอียูในวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมาไม่เพียงพอ ที่จะช่วยแก้วิกฤติหนี้ยูโรโซน และจำเป็นต้องมีการดำเนินขั้นตอนต่อไป เพื่อคุมเข้มกฎเกณฑ์ทางการคลังสำหรับประเทศสมาชิกยูโรโซน 17 ประเทศ
ในการประชุมสุดยอดครั้งนั้น ผู้นำยูโรโซน ได้เรียกร้องให้มีการเร่งรัดการทำข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการให้ความช่วยเหลือกรีซรอบ 2 หลังจากมาตรการช่วยเหลือรอบแรกในวงเงิน 1.10 แสนล้านยูโรจะหมด
อายุลงในปีนี้
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จ่ายเงินสมทบเป็นจำนวน 3 หมื่นล้านยูโรให้แก่มาตรการช่วยเหลือกรีซรอบแรกที่มีวงเงิน 1.10 แสนล้านยูโร โดยรัฐบาลยูโรโซน คาดหวังว่าไอเอ็มเอฟจะเข้ามามีส่วนร่วมในมาตรการให้ความช่วยเหลือรอบ 2 ด้วยการจ่ายเงินสมทบราว 1 ใน 3 แต่ไอเอ็มเอฟ ยังไม่ได้ให้สัญญาที่ชัดเจนในเรื่องนี้
เจ้าหน้าที่บางรายกล่าวว่าพีเอสไอ ถือเป็นเพียงส่วนประกอบเดียวเท่านั้น ในข้อตกลงครั้งนี้ โดยขณะนี้จุดสนใจได้มุ่งไปที่มาตรการปฏิรูปใหม่ที่รัฐบาลกรีซ จำเป็นต้องปฏิบัติตามเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือ รวมทั้งประเด็นที่ว่า รัฐบาลยูโรโซนและสถาบันต่างๆจะจ่ายเงินสมทบมากเพียงใดในการช่วยเหลือกรีซ โดยมาตรการเหล่านี้ ตั้งเป้าที่จะทำให้หนี้สินของกรีซมีสัดส่วนลดลงสู่ 120 % ของจีดีพีภายในปี 2563 จาก 160 % ในปัจจุบัน
รมว.คลังยูโรโซน ระบุว่า ทุกพรรคการเมืองในกรีซจะต้องลงนามในหนังสือสัญญาว่า พวกเขาจะปฏิบัติตามข้อตกลงในการปฏิรูปภายใต้มาตรการช่วยเหลือรอบ 2 โดยมีเงื่อนไขว่า กรีซจะต้องปรับลดงบรายจ่าย 1 %ของจีดีพี หรือมากกว่า 2 พันล้านยูโรในปีนี้ ซึ่งรวมถึงการปรับลดงบรายจ่ายด้านกลาโหมและสาธารณสุข
เจ้าหน้าที่ยูโรโซนคนหนึ่งกล่าวว่า เรื่องทั้งหมดนี้มีความเชื่อมโยงกัน โดยการตกลงกันเรื่องพีเอสไอ ไม่สามารถกระทำได้ ถ้าหากยังไม่มีการตกลงกันในส่วนอื่นๆในมาตรการนี้ เพราะว่าการดำเนินโครงการพีเอสไอ จำเป็นต้องได้รับเงินทุนจากทางการยูโรโซนในมาตรการให้ความช่วยเหลือรอบ 2
ด้านนายกรัฐมนตรีลูคัส ปาปาเดมอสของกรีซ เตรียมเรียกประชุมผู้นำพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 3 พรรคของกรีซ เพื่อขอให้พวกเขาให้การสนับสนุนมาตรการปฏิรูปประเทศ โดยพรรคการเมือง 3 พรรคนี้ ประกอบด้วยพรรคปาซอก ซึ่งเป็นพรรคสังคมนิยม พรรคนิว เดโมเครซี ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษ์นิยม และพรรค ลาออส ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด
ข่าวหุ้น 3/2/55
- บล.ทิสโก้ จัดสัมมนา "กลยุทธ์หุ้นไทย-สู้วิกฤติหนี้ Euro"
- ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดบวก 7.28 จุด รับ Flow เข้า-หนุน BANPU นำ/สัปดาห์หน้าลุ้นขึ้นต่อ
- ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดเช้าบวก 2.18 จุด พักฐาน-รอปัจจัยใหม่ คาดบ่ายแกว่งผันผวน
- (เพิ่มเติม) ภาวะตลาดอนุพันธ์: ตลาดมีแรงขายท้ายตลาดก่อนปิดบวก คาดพรุ่งนี้แกว่งตัวขึ้นกรอบแคบ
- (เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งขึ้นมีโอกาสแตะ 1,100 จุดอาจเผชิญแรงขายทำกำไร
วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
ข่าวหุ้น 2/2/55
ข่าวหุ้น-การเงินล่าสุด
- ตลาดหุ้นนิวยอร์กเปิดบวก ขานรับยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐลดลง
- ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ขยับลงเล็กน้อย ก่อนสหรัฐเผยตัวเลขว่างงานรายสัปดาห์
- (เพิ่มเติม) TOP วางงบลงทุน 5 ปี 1 พันล้านเหรียญ, ใช้ 200 ล้านฯปีนี้เน้นขยายท่าเรือ
- ภาวะตลาดตราสารหนี้ไทย: วันนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 57,092 ล้านบาท
- รมว.คลัง แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในก.ล.ต.และคกก.กำกับตลาดทุน
- ภาวะตลาดอนุพันธ์: ตลาดมีแรงขายท้ายตลาดก่อนปิดบวก คาดพรุ่งนี้แกว่งตัวขึ้นกรอบแคบ
- ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดตลาดบวก 0.49% แรงซื้อกลุ่มแบงก์นำ-ปัจจัยต่างประเทศหนุน
- โบรกเกอร์มาร์เก็ตแชร์ 5 อันดับสูงสุดประจำวันนี้
- ภาวะตลาดหุ้นสิงคโปร์: ดัชนี FTSE STI ปิดขยับลง 3.72 จุด สวนทางตลาดเอเชีย
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 4,958.81 ลบ.(SET+MAI)
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 4,952.13 ลบ.(SET)
- BIG LOT: วันนี้ KBANK มูลค่าสูงสุด 58.04 ลบ.ราคาเฉลี่ย
ข่าวหุ้น 1/2/55
ข่าวล่าสุด
- ตลาดหุ้นนิวยอร์กเปิดตลาดดีดขึ้นรับข้อมูลศก.เชิงบวกจากทั่วโลก
- ECB เผยธนาคารยุโรปเล็งคุมเข้มการปล่อยเงินกู้ใน Q1/55
- ADP เผยตัวเลขจ้างงานสหรัฐเพิ่ม 170,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค.
- "เบ็คแฮม" สุดฮอต คว้าหนุ่มเซ็กซี่ที่สุดในโลก
- น้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้น 89 เซนต์รับภาคการผลิตจีนขยายตัวเกินคาด
- นายจ้างน้ำใจงาม แจกโบนัสก้อนใหญ่ให้พนักงาน เฉียด 500 ล้านบาท!!!
- กบง.ย้ำ 16 ก.พ.ขึ้นราคาพลังงานอีก-เบรคขึ้น“แอลพีจี”ภาคขนส่ง
- ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวก่อนเผยข้อมูลภาคการผลิตสหรัฐ
- "กรณ์"ซัด พ.ร.ก. 2 ฉบับ จะทำเศรษฐกิจชาติหายนะ ชี้ไม่สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน
- “วัน”แฉส่วยวิน จยย.เดือนละ 684 ล้าน เล็งจับมือ“พ่อเหลิม”ปราบด่วน!!!
- เยอรมนีประมูลขายพันธบัตรได้ 4.1 พันล้านยูโร ที่อัตราตอบแทน 1.82%
- สผม. เสนอพัฒนา 7 พื้นที่ชานเมืองตะวันออกของ กทม.
- ยูโรแข็งค่าเทียบดอลล์หลังข้อมูลภาคการผลิตยูโรโซนดีเกิน
วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555
ข่าวหุ้น 31/1/55
ข่าวล่าสุด
- น้ำมันดิบ WTI ทะยานแตะ 100.17 ดอลล์ ขณะกรีซใกล้บรรลุข้อตกลงหนี้สิน
- ครม.ถกเครียดวางหมากรับมือถล่ม พรก. กู้เงิน
- วิธีผ่าทางตันยุคดอกเบี้ยขาลง เล่นกองทุนล็อกผลตอบแทน
- ต้นทุนจ้างงานในสหรัฐปรับขึ้น 0.4% ใน Q4/2554 หลังสวัสดิการแรงงานเพิ่ม
- ประธาน กสม. ย้ำ อย่าละเลยสิทธิมนุษยชนในภาวะวิกฤติ
- "อานนท์" ฟันธง ปีนี้"กรุงเทพฯ-ปริมณฑล"น้ำท่วมครึ่งหนึ่ง หากฝกไม่ตกหนักเหมือนปี 54
- ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวขึ้นหลังวิกฤตหนี้ยูโรโซนส่งสัญญาณคลี่คลาย
- สมาคมแห่งสถาบันพระปกเกล้าออกแถลงการณ์เรียกร้องให้หยุดการกระทำจาบจ้วงสถาบัน
- ยูโรแข็งค่าขานรับข่าวดีหลังนายกฯกรีซเผยเจรจาปรับโครงสร้างหนี้คืบหน้า
- นายกฯกรีซมั่นใจเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ฉลุยไม่เกินสัปดาห์นี้
- ครม.เคาะปรับโครงสร้างเงินเดือน ป.ตรี บวกค่าครองชีพ ครบ 15,000 บ.
- ยูโรโซนทุบสถิติว่างงานสูงสุดนับแต่เริ่มใช้ยูโร สะท้อนวิกฤตการเงินสาหัส
- (เพิ่มเติม1) ผถห.TTAลงมติล้มแผนเพิ่มทุน 50 ล้านหุ้นขาย
วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2555
อังกฤษ-ฮ่องกงหนุนลอนดอนเป็นศูนย์ค้าหยวนต่างแดน
อังกฤษร่วมมือ-ฮ่องกง ผลักดันลอนดอนเป็นศูนย์กลางการค้าสกุลเงินหยวนในต่างประเทศ ตามแผนเสริมสัมพันธ์ทางการค้า-ลงทุนในเอเชีย
นายจอร์จ ออสบอร์น รัฐมนตรีคลังของอังกฤษ กล่าวในที่ประชุมการเงินเอเชียว่า ประเทศต่างๆควรที่จะต่อสู้กับแนวโน้มในการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้า และย้ำว่า อังกฤษมีความเต็มใจที่จะจ่ายเงินสมทบเพิ่มเติมให้แก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
นายออสบอร์น พอใจความคืบหน้าของยูโรโซนแต่ก็เห็นว่ายูโรโซนจำเป็นต้องดำเนินมาตรการต่อไปเพื่อทำให้เศรษฐกิจเติบโตและฐานะการเงินอยู่ในสถานะยั่งยืน
"ยูโรโซนประสบความก้าวหน้าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเรื่องการจัดหาสภาพคล่องให้แก่ธนาคารพาณิชย์โดยใช้ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อย่างไรก็ดี ยังคงมีงานอื่นๆอีกที่ต้องทำ และยูโรโซนเองก็ยอมรับในเรื่องนี้" รมว.คลังของอังกฤษ กล่าว
รัฐบาลผสมของอังกฤษ พยายามขยายความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนกับประเทศพัฒนาแล้วและประเทศตลาดเกิดใหม่ นอกยุโรปในช่วงนี้ เพื่อลดการพึ่งพาการค้ากับยูโรโซน
นายจอร์จ ออสบอร์น รัฐมนตรีคลังของอังกฤษ กล่าวในที่ประชุมการเงินเอเชียว่า ประเทศต่างๆควรที่จะต่อสู้กับแนวโน้มในการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้า และย้ำว่า อังกฤษมีความเต็มใจที่จะจ่ายเงินสมทบเพิ่มเติมให้แก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
นายออสบอร์น พอใจความคืบหน้าของยูโรโซนแต่ก็เห็นว่ายูโรโซนจำเป็นต้องดำเนินมาตรการต่อไปเพื่อทำให้เศรษฐกิจเติบโตและฐานะการเงินอยู่ในสถานะยั่งยืน
"ยูโรโซนประสบความก้าวหน้าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเรื่องการจัดหาสภาพคล่องให้แก่ธนาคารพาณิชย์โดยใช้ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อย่างไรก็ดี ยังคงมีงานอื่นๆอีกที่ต้องทำ และยูโรโซนเองก็ยอมรับในเรื่องนี้" รมว.คลังของอังกฤษ กล่าว
รัฐบาลผสมของอังกฤษ พยายามขยายความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนกับประเทศพัฒนาแล้วและประเทศตลาดเกิดใหม่ นอกยุโรปในช่วงนี้ เพื่อลดการพึ่งพาการค้ากับยูโรโซน
เอสแอนด์พีจี้4ชาติหนุนอันดับเรทติ้งกองทุนยุโรป
เอสแอนด์พีจี้4ชาติเยอรมนี ฟินแลนด์ ลักเซมเบิร์ก และเนเธอร์แลนด์หนุนอันดับเรทติ้งกองทุนยุโรป
สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ระบุว่า อันดับความน่าเชื่อถือขั้นสูงสุดซึ่งอยู่ที่ AAA ของกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) ขึ้นอยู่กับการได้รับการสนับสนุนทางการเงินเพิ่มเติมจากประเทศสมาชิกยูโรโซน 4 ประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือขั้น AAA ซึ่งได้แก่เยอรมนี ฟินแลนด์ ลักเซมเบิร์ก และเนเธอร์แลนด์
ขณะนี้ อันดับความน่าเชื่อถือขั้น AAA ของ อีเอฟเอสเอฟ กำลังเผชิญกับความเสี่ยงหลังจากเอสแอนด์พี ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสและออสเตรียลงจาก AAA สู่ AA+ โดยสองประเทศนี้เป็นผู้ค้ำประกันของอีเอฟเอสเอฟ
ถ้ามีการลดอันดับความน่าเชื่อถือของ อีเอฟเอสเอฟ ลงในอนาคตก็อาจเผชิญกับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้อีเอฟเอสเอฟ มีประสิทธิภาพลดลงในการช่วยเหลือประเทศที่มีเศรษฐกิจอ่อนแอในยูโรโซน
สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ระบุว่า อันดับความน่าเชื่อถือขั้นสูงสุดซึ่งอยู่ที่ AAA ของกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) ขึ้นอยู่กับการได้รับการสนับสนุนทางการเงินเพิ่มเติมจากประเทศสมาชิกยูโรโซน 4 ประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือขั้น AAA ซึ่งได้แก่เยอรมนี ฟินแลนด์ ลักเซมเบิร์ก และเนเธอร์แลนด์
ขณะนี้ อันดับความน่าเชื่อถือขั้น AAA ของ อีเอฟเอสเอฟ กำลังเผชิญกับความเสี่ยงหลังจากเอสแอนด์พี ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสและออสเตรียลงจาก AAA สู่ AA+ โดยสองประเทศนี้เป็นผู้ค้ำประกันของอีเอฟเอสเอฟ
ถ้ามีการลดอันดับความน่าเชื่อถือของ อีเอฟเอสเอฟ ลงในอนาคตก็อาจเผชิญกับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้อีเอฟเอสเอฟ มีประสิทธิภาพลดลงในการช่วยเหลือประเทศที่มีเศรษฐกิจอ่อนแอในยูโรโซน
จับตากรีซเจรจาเจ้าหนี้ครั้งใหม่พุธนี้
กรีซและธนาคารเจ้าหนี้เสร็จสิ้นการเจรจาเมื่อวันศุกร์โดยไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ แต่จะมีการเจรจารอบใหม่ในสัปดาห์นี้
กรีซ จำเป็นต้องทำการสว็อปพันธบัตร เพื่อลดหนี้ลงสู่ระดับที่สามารถชำระได้ และเพื่อให้สหภาพยุโรปและกองทุนการเงินระหว่างประเทศยังคงปล่อยกู้ให้กับกรีซ และจำเป็นต้องได้รับเงินช่วยเหลือ เนื่องจากจะมีพันธบัตรครบกำหนดไถ่ถอนครั้งใหญ่ในเดือนมี.ค.
นายอีวานจีลอส เวนิเซลอส รัฐมนตรีคลังของกรีซ ระบุว่า มีแนวโน้มมากที่สุด ที่จะเริ่มการเจรจาอีกครั้งในวันพุธนี้กับนายชาร์ลส์ ดัลลารา ประธานสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอเอฟ) ซึ่งเจรจาในนามของผู้ถือพันธบัตรภาคเอกชน
ทั้งนี้ กรีซ ต้องบรรลุข้อตกลงดังกล่าว ก่อนวันที่ 20 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่ครบกำหนดไถ่ถอนพันธบัตรวงเงิน 1.45 หมื่นล้านยูโร เนื่องจากเฉพาะงานด้านเอกสารอย่างเดียว ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 สัปดาห์
อย่างไรก็ตาม อียู ไอเอ็มเอฟและอีซีบี ซึ่งจะเดินทางถึงกรุงเอเธนส์ในวันพรุ่งนี้ เพื่อเจรจาเกี่ยวกับแผนความช่วยเหลือครั้งใหม่วงเงิน 1.30 แสนล้านยูโรนั้น ต้องการที่จะเห็นข้อตกลงเกี่ยวกับการสว็อปหนี้ก่อนที่จะทำการตกลงเกี่ยวกับมาตรการให้ช่วยเหลือ
กรีซ จำเป็นต้องทำการสว็อปพันธบัตร เพื่อลดหนี้ลงสู่ระดับที่สามารถชำระได้ และเพื่อให้สหภาพยุโรปและกองทุนการเงินระหว่างประเทศยังคงปล่อยกู้ให้กับกรีซ และจำเป็นต้องได้รับเงินช่วยเหลือ เนื่องจากจะมีพันธบัตรครบกำหนดไถ่ถอนครั้งใหญ่ในเดือนมี.ค.
นายอีวานจีลอส เวนิเซลอส รัฐมนตรีคลังของกรีซ ระบุว่า มีแนวโน้มมากที่สุด ที่จะเริ่มการเจรจาอีกครั้งในวันพุธนี้กับนายชาร์ลส์ ดัลลารา ประธานสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอเอฟ) ซึ่งเจรจาในนามของผู้ถือพันธบัตรภาคเอกชน
ทั้งนี้ กรีซ ต้องบรรลุข้อตกลงดังกล่าว ก่อนวันที่ 20 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่ครบกำหนดไถ่ถอนพันธบัตรวงเงิน 1.45 หมื่นล้านยูโร เนื่องจากเฉพาะงานด้านเอกสารอย่างเดียว ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 สัปดาห์
อย่างไรก็ตาม อียู ไอเอ็มเอฟและอีซีบี ซึ่งจะเดินทางถึงกรุงเอเธนส์ในวันพรุ่งนี้ เพื่อเจรจาเกี่ยวกับแผนความช่วยเหลือครั้งใหม่วงเงิน 1.30 แสนล้านยูโรนั้น ต้องการที่จะเห็นข้อตกลงเกี่ยวกับการสว็อปหนี้ก่อนที่จะทำการตกลงเกี่ยวกับมาตรการให้ช่วยเหลือ
ข่าวหุ้น 16/1/55
ข่าวหุ้น-การเงินล่าสุด
- BBL เสนอบัญชีเงินฝากประจำ 4 เดือน ชูอัตราดอกเบี้ยสูง 2.75% ต่อปี
- LHBANK และบ.ย่อยปี 54 กำไรที่ 495.83 ลบ. เทียบกับปี 53 กำไรที่ 408.12 ลบ.
- (เพิ่มเติม) สมาคมฯ คาคปี 55 ภาคเอกชนออกตราสารหนี้ 2.5 แสนลบ.ใกล้เคียงปีก่อน
- ภาวะตลาดหุ้นมาเลเซีย:FBMKLCI ปิดร่วง 14.01 จุด หลังฝรั่งเศสถูกลดเครดิต
- ภาวะตลาดตราสารหนี้ไทย: วันนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 33,561 ล้านบาท
- ก.ล.ต.สั่งพักมาร์เก็ตติ้ง 3 รายกรณีเกี่ยวข้องสร้างราคา FOCUS และ IFEC
- สมาคมฯ คาคปี 55 ภาคเอกชนออกตราสารหนี้ 2.5 แสนลบ.ใกล้เคียงปีก่อน
- ภาวะตลาดหุ้นสิงคโปร์: FTSE STI ปิดลบ 35.05 จุด หลัง S&P ลดเครดิตฝรั่งเศส
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 584.86 ลบ.(SET+MAI)
- โบรกเกอร์มาร์เก็ตแชร์ 5 อันดับสูงสุดประจำวันนี้
- ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดลบ 7.80 จุด แกว่งตัวลงตามตปท.-วอลุ่มเบาบาง, ขายหุ้นพลังงานถ่วง
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 581.60
วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2555
ข่าวทองคำรอบโลก 13/1/55
ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อน,แรงซื้อหนุนทองคำปิดพุ่ง $8.1
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (12 ม.ค.) ซึ่งเป็นการปิดบวกติดต่อกัน 3 วันทำการ เนื่องจากนักลงทุนยังคงเข้าซื้อทองคำในฐานะแหล่งการลงทุนที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ทองคำยังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและข่าวการเข้าซื้อทองคำของจีน
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.พุ่งขึ้น 8.1 ดอลลาร์ หรือ 0.5% ปิดที่ 1,647.7 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1662.5 - 1647.7 ดอลลาร์
สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค.พุ่งขึ้น 23.4 เซนต์ ปิดที่ 30.124 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 10.3 เซนต์ ปิดที่ 3.649 ดอลลาร์/ปอนด์
ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย.พุ่งขึ้น 2.40 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,491.20 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค.ร่วงลง 4.40 ดอลลาร์ ปิดที่ 641.25 ดอลลาร์/ออนซ์
สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างความคิดเห็นของเทรดเดอร์ในตลาดว่า นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะแหล่งการลงทุที่ปลอดภัย หลังจากนายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เตือนว่าเศรษฐกิจยูโรโซนมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะขาลง
อีซีบีมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1% ในการประชุมเมื่อวานนี้ แต่เตือนว่าเศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มที่จะซบเซาลงอีก พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) เร่งลงนามในข้อตกลงด้านการคลังภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งจะเร็วกว่าแผนเดิมที่กำหนดไว้ในเดือนมี.ค.
นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และข่าวที่ว่าอินเดียและจีนยังคงเดินหน้าซื้อทองคำ โดยเฉพาะจีนที่ซื้อทองคำเป็นจำนวนมากเพื่อเตรียมตัวสำหรับเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (12 ม.ค.) ซึ่งเป็นการปิดบวกติดต่อกัน 3 วันทำการ เนื่องจากนักลงทุนยังคงเข้าซื้อทองคำในฐานะแหล่งการลงทุนที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ทองคำยังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและข่าวการเข้าซื้อทองคำของจีน
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.พุ่งขึ้น 8.1 ดอลลาร์ หรือ 0.5% ปิดที่ 1,647.7 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1662.5 - 1647.7 ดอลลาร์
สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค.พุ่งขึ้น 23.4 เซนต์ ปิดที่ 30.124 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 10.3 เซนต์ ปิดที่ 3.649 ดอลลาร์/ปอนด์
ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย.พุ่งขึ้น 2.40 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,491.20 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค.ร่วงลง 4.40 ดอลลาร์ ปิดที่ 641.25 ดอลลาร์/ออนซ์
สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างความคิดเห็นของเทรดเดอร์ในตลาดว่า นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะแหล่งการลงทุที่ปลอดภัย หลังจากนายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เตือนว่าเศรษฐกิจยูโรโซนมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะขาลง
อีซีบีมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1% ในการประชุมเมื่อวานนี้ แต่เตือนว่าเศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มที่จะซบเซาลงอีก พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) เร่งลงนามในข้อตกลงด้านการคลังภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งจะเร็วกว่าแผนเดิมที่กำหนดไว้ในเดือนมี.ค.
นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และข่าวที่ว่าอินเดียและจีนยังคงเดินหน้าซื้อทองคำ โดยเฉพาะจีนที่ซื้อทองคำเป็นจำนวนมากเพื่อเตรียมตัวสำหรับเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้
ข่าวหุ้น 13/1/55
ข่าวหุ้น-การเงินล่าสุด
- ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน:ฟุตซี่ร่วง 25.78 จุดหลังปท.ยูโรโซนอาจถูกลดเครดิต
- TFEX สรุปปริมาณซื้อขายรายกลุ่ม Call & Put Options สิ้นวันที่ 13 ม.ค.55
- TFEX สรุปปริมาณซื้อขายรายกลุ่ม Index Futures สิ้นวันที่ 13 ม.ค.55
- TFEX สรุปปริมาณซื้อขายรายกลุ่ม Stock Futures สิ้นวันที่ 13 ม.ค.55
- TFEX สรุปปริมาณซื้อขายรายกลุ่ม Metal Futures สิ้นวันที่ 13 ม.ค.55
- TFEX สรุปปริมาณซื้อขายรายกลุ่ม Energy Futures สิ้นวันที่ 13 ม.ค.55
- TFEX สรุปปริมาณซื้อขายรายกลุ่ม All Futures สิ้นวันที่ 13 ม.ค.55
- รายงานหุ้นถูกชอร์ตเซล ประจำวันที่ 13 ม.ค. 2555
- รายงานการซื้อขายหุ้นผ่าน NVDR ประจำวันที่ 13 ม.ค. 2555
- ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก:ดาวโจนส์ร่วง 48.96 จุดจากวิตกหั่นเครดิตปท.ยูโรโซน
- KBANKปล่อยกู้ประหยัดพลังงาน
- บลจ.ธนชาตฟันธงดอกเบี้ยขาลง
- ทริสเรทติ้งประกาศ เครดิตหุ้นกู้"ทิสโก้" ยืนยันอันดับ"A-"
วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555
ข่าวทองคำรอบโลก 9/1/55
World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (6 ม.ค.) หลังจากฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของฮังการีลงสู่ "ระดับขยะ" และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของรัฐบาลอิตาลีพุ่งขึ้นเหนือระดับ 7% ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการลุกลามของวิกฤตหนี้ยุโรปและยังได้บดบังตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐด้วยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลดลง 55.78 จุด หรือ 0.45% ปิดที่ 12,359.92 จุด ดัชนี S&P 500 ขยับลง 3.25 จุด หรือ 0.25% ปิดที่ 1,277.81 จุด และดัชนี Nasdaq ดีดขึ้น 4.36 จุด หรือ 0.16% ปิดที่ 2,674.22 จุด
-- สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (6 ม.ค.) เพราะได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ร่วงลง อันเนื่องมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้ยุโรป อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่ยังคงตึงเครียดระหว่างอิหร่านและชาติตะวันตก ได้ช่วยพยุงสัญญาน้ำมันดิบเอาไว้จนสามารถไต่ขึ้นจากระดับต่ำสุดของวันได้
สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.ขยับลง 25 เซนต์ หรือ 0.25% ปิดที่101.56 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 101.95 - 100.89 ดอลลาร์-- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (6 ม.ค.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ทำให้นักลงทุนลดการถือครองสัญญาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย โดยดอลลาร์แข็งค่าขึ้นหลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาดในเดือนธ.ค.
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.ร่วงลง 3.3 ดอลลาร์ หรือ 0.2% ปิดที่ 1,616.8ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1624.8 - 1616.8 ดอลลาร์
-- สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโรและสกุลเงินอื่นๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์ก
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (6 ม.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาดในเดือนธ.ค. ขณะที่ยูโรดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 6 เดือนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยววิกฤตหนี้และผลกระทบที่มีต่อภาคธนาคารของยุโรป
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้น 0.45% เมื่อเทียบกับยูโรที่ 1.2722 ยูโร จากระดับของวันพฤหัสบดีที่ 1.2780 ยูโร และดีดตัวขึ้น 0.37% เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ที่ 1.5425 ปอนด์ จากระดับ 1.5482 ปอนด์
นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังแข็งค่าขึ้น 0.21% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ 0.9550 ฟรังค์ จากระดับ 0.9530 ฟรังค์ แต่อ่อนตัวลง 0.21% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 77.010 เยน จากระดับ 77.170 เยน
ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนตัวลง 0.17% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.0229 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.0246 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ขยับขึ้น 0.12% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7810 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7801 ดอลลาร์สหรัฐ
-- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (6 ม.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาดในเดือนธ.ค. ซึ่งข้อมูลดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ
ดัชนี FTSE 100 ปิดบวก 25.42 จุด หรือ 0.5% แตะที่ 5,649.68 จุด
ข่าวหุ้น 9/1/55
ข่าวหุ้น-การเงินล่าสุด
- ภาวะตลาดหุ้นมาเลเซีย: แรงซื้อหุ้นใหญ่หนุนดัชนี FBM KLCI ปิดบวก 7.60 จุด
- กสทช.ตรวจสอบ DTAC ระบบล่มเชื่อชุดคำสั่งผิดพลาด/เดินหน้าเช็ครายที่เหลือ
- ภาวะตลาดตราสารหนี้ไทย: วันนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 39,995 ล้านบาท
- ภาวะตลาดหุ้นสิงคโปร์: ดัชนี FTSE STI ปิดลบ 24.31 จุด เหตุวิตกยุโรป
- ภาวะตลาดอนุพันธ์: ตลาดผันผวนก่อนปิดบวก คาดหวังผลเชิงบวกการหารือผู้นำเยอรมัน-ฝรั่งเศส
- DTAC01CB ปิดเทรดวันแรก 0.65 บ.,BCP01CB ปิด 0.94 บ.,TOP01CB ปิด 0.67 บ.
- DBSV จับมือตลท.นำ 10 บจ.โรดโชว์สิงคโปร์ 12 ม.ค.ร่วมกับบจ.ภูมิภาคเอเชีย
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 677.69 ลบ.(SET+MAI)
- โบรกเกอร์มาร์เก็ตแชร์ 5 อันดับสูงสุดประจำวันนี้
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 677.89 ลบ.(SET)
- ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดบวก 0.83% ตามดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส-ลุ้นแก้วิกฤติยุโรปคืบหน้า
- TUF01CA ปิดเทรดวันแรก 0.98 บ.,TRUE01CC ปิด 0.79
วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2555
ข่าวทองคำรอบโลก 6/1/55
ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ยูโรอ่อน,สถานการณ์อิหร่าน หนุนทองปิดบวก $7.4
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (5 ม.ค.) ซึ่งเป็นการปิดในแดนบวกติดต่อกัน 5 วันทำการ เนื่องจากนักลงทุนยังคงเดินหน้าเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากกระทรวงกลาโหมอังกฤษเตือนว่าอาจจะใช้มาตรการทางทหารจัดการกับอิหร่าน หากอิหร่านยังขู่ที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ การอ่อนค่าลงของสกุลเงินยูโรยังเป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำด้วยสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.ปรับตัวขึ้น 7.4 ดอลลาร์ หรือ 0.5% ปิดที่ 1,620.10 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค. หลังจากที่สัญญาเคลื่อนไหวในกรอบ 1620.1 - 1602.0 ดอลลาร์ในระหว่างวัน
สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 19.90 เซนต์ ปิดที่ 29.296 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนมี.ค.ลดลง 0.8 เซนต์ ปิดที่ 3.4265 ดอลลาร์/ปอนด์
ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย.ร่วงลง 8.30 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,418.00 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค.ร่วงลง 9.15 ดอลลาร์ ปิดที่ 644.40 ดอลลาร์/ออนซ์
สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ในตลาดว่า ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้สัญญาทองคำ COMEX ปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้มาจากการอ่อนค่าของสกุลยูโรที่ทำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงที่จะลงทุนในสกุลเงินดังกล่าว และหันมาซื้อทองคำ โดยสกุลเงินยูโรร่วงลงต่ำกว่าระดับ 1.28 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อช่วงค่ำวานนี้ หลังจากมีรายงานว่านักลงทุนไม่ค่อยให้การตอบรับการประมูลขายพันธบัตรของรัฐบาลฝรั่งเศสเมื่อวานนี้
ทั้งนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสระดมทุนจากการขายพันธบัตรอายุ 10 ปีได้เพียง 4.02 พันล้านยูโรในการประมูลเมื่อวานนี้ ด้วยอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 3.29% เพิ่มขึ้นจากการประมูลครั้งก่อนที่ 3.18% ขณะที่อัตราส่วนความต้องการซื้อต่อปริมาณที่นำออกจำหน่าย (bid-to-cover ratio) ลดลงแตะ 1.64 เท่า จากระดับ 3.05 เท่า
นอกจากนี้ นักลงทุนยังเข้าซื้อทองคำเพื่อความปลอดภัย หลังจากกระทรวงกลาโหมอังกฤษเตือนว่าอาจจะใช้มาตรการทางทหาร หากอิหร่านยังขู่ว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญของโลก
เทรดเดอร์กล่าวว่า ประเด็นอิหร่านกำลังกลายมาเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ตลาดและนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซีย
ข่าวหุ้น 8/1/55
ข่าวหุ้น-การเงินล่าสุด
- L&E เผยปี 55 พร้อมลุยตลาดทั้งใน-ต่างปท.วางเป้ารายได้โต 10-15% จากปี 54
- PTTเผยแหล่งก๊าซพม่าจ่ายก๊าซเข้าระบบแล้ว ทำปั๊ม NGV ฝั่งตะวันตกบริการตามปกติ
- DTACชดเชยค่าบริการ 48 ชม.ลูกค้า 7 จว.ภาคใต้ หลังเกิดสัญญาณล่มซ้ำรอยกทม.
- ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดบวก 25.42 จุดหลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐพุ่ง
- ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 55.78 จุดหลังฟิทช์หั่นเครดิตฮังการี
- TFEX สรุปปริมาณซื้อขายรายกลุ่ม Call & Put Options สิ้นวันที่ 06 ม.ค.55
- TFEX สรุปปริมาณซื้อขายรายกลุ่ม Index Futures สิ้นวันที่ 06 ม.ค.55
- TFEX สรุปปริมาณซื้อขายรายกลุ่ม Stock Futures สิ้นวันที่ 06 ม.ค.55
- TFEX สรุปปริมาณซื้อขายรายกลุ่ม Metal Futures สิ้นวันที่ 06 ม.ค.55
- TFEX สรุปปริมาณซื้อขายรายกลุ่ม Energy Futures สิ้นวันที่ 06 ม.ค.55
- TFEX สรุปปริมาณซื้อขายรายกลุ่ม All Futures สิ้นวันที่ 06 ม.ค.55
- รายงานการซื้อขายหุ้นผ่าน NVDR ประจำวันที่ 06 ม.ค. 2555
- รายงานหุ้นถูกชอร์ตเซล ประจำวันที่ 06 ม.ค. 2555
วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555
ข่าวหุ้น 5/1/55
ข่าวหุ้น-การเงินล่าสุด
- ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: วิตกเศรษฐกิจกดดัชนี BSE ปิดลบ 0.16%
- ภาวะตลาดตราสารหนี้ไทย: วันนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 32,506 ล้านบาท
- ภาวะตลาดอนุพันธ์: ตลาดยังแกว่งตัวผันผวนในกรอบจำกัดตามแรงกดดันจากปัจจัยภายใน-นอกปท.
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 684.61 ลบ.(SET+MAI)
- ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดบวก 0.59 จุด แกว่งแคบรอตัวเลขศก.สหรัฐ-ประมูลบอนด์ฝรั่งเศสคืนนี้
- โบรกเกอร์มาร์เก็ตแชร์ 5 อันดับสูงสุดประจำวันนี้
- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 686.92 ลบ.(SET)
- RATCH ลงทุนเพิ่มใน RATCH-Australia อีก 11.92%โดยให้เงินกู้ 1.3 พันลบ.
- ภาวะตลาดหุ้นมาเลเซีย: แรงซื้อหนุนคอมโพสิตปิดบวก 10.21 จุด
- TFEX เปิดรับโบรกเกอร์ใหม่รองรับนโยบายเปิดเสตั้งแต่วันนี้ถึง 30 ธ.ค.55
- BIG LOT: วันนี้ KBANK-F มูลค่าสูงสุด 134.46ลบ.ราคาเฉลี่ย 116.26บ./หุ้น
- PLUS สั่งฟ้องอดีตบอร์ดอควาฯเรียกค่าเสียหาย 50 ลบ.เหตุ
ข่าวทองคำรอบโลก 5/1/55
ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: วิตกสถานการณ์อิหร่าน,ยุโรป หนุนทองปิดพุ่ง $12.2
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (4 ม.ค.) ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 2 วันทำการ เนื่องจากกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่านและวิกฤตหนี้ยุโรป ยังคงเป็นแรงผลักดันให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำเพื่อความปลอดภัย
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.พุ่งขึ้น 12.2 ดอลลาร์ หรือ 0.76% ปิดที่ 1,612.7 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.เป็นต้นมา หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1612.7 - 1600.2 ดอลลาร์
สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค.ลดลง 47.5 เซนต์ ปิดที่ 29.097 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนมี.ค.ลดลง 9.4 เซนต์ ปิดที่ 3.4345 ดอลลาร์/ปอนด์
ส่วนสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค.ร่วงลง 9.95 ดอลลาร์ ปิดที่ 653.55 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย.ร่วงลง 6.20 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,426.30 ดอลลาร์/ออนซ์
สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ในตลาดว่า มีสัญญาณบ่งชี้ว่าทองคำได้กลับมาเคลื่อนไหวในช่วงขาขึ้นอีกครั้ง ในฐานะแหล่งการลงทุนที่ปลอดภัย เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของอิหร่าน รวมทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจโลก และวิกฤตหนี้ยุโรป ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนแล้วแต่กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำอย่างคึกคัก
นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้แรงหนุนจากสัญญาน้ำมันดิบ NYMEX ที่เคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากอิหร่านยังคงท้าทายอำนาจของชาติตะวันตกที่ประกาศคว่ำบาตรอิหร่านเมื่อไม่นานมานี้ และอิหร่านยังได้ประกาศความสำเร็จในการผลิตและทดสอบแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ด้วย
สัญญาทองคำได้แรงหนุนมากขึ้นหลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) รายงานว่า ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ เข้าซื้อทองเกือบ 350 ตันในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2554 ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางทั่วโลกจะยังคงเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องในปี 2555
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (4 ม.ค.) ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 2 วันทำการ เนื่องจากกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่านและวิกฤตหนี้ยุโรป ยังคงเป็นแรงผลักดันให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำเพื่อความปลอดภัย
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.พุ่งขึ้น 12.2 ดอลลาร์ หรือ 0.76% ปิดที่ 1,612.7 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.เป็นต้นมา หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1612.7 - 1600.2 ดอลลาร์
สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค.ลดลง 47.5 เซนต์ ปิดที่ 29.097 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนมี.ค.ลดลง 9.4 เซนต์ ปิดที่ 3.4345 ดอลลาร์/ปอนด์
ส่วนสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค.ร่วงลง 9.95 ดอลลาร์ ปิดที่ 653.55 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย.ร่วงลง 6.20 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,426.30 ดอลลาร์/ออนซ์
สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ในตลาดว่า มีสัญญาณบ่งชี้ว่าทองคำได้กลับมาเคลื่อนไหวในช่วงขาขึ้นอีกครั้ง ในฐานะแหล่งการลงทุนที่ปลอดภัย เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของอิหร่าน รวมทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจโลก และวิกฤตหนี้ยุโรป ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนแล้วแต่กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำอย่างคึกคัก
นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้แรงหนุนจากสัญญาน้ำมันดิบ NYMEX ที่เคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากอิหร่านยังคงท้าทายอำนาจของชาติตะวันตกที่ประกาศคว่ำบาตรอิหร่านเมื่อไม่นานมานี้ และอิหร่านยังได้ประกาศความสำเร็จในการผลิตและทดสอบแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ด้วย
สัญญาทองคำได้แรงหนุนมากขึ้นหลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) รายงานว่า ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ เข้าซื้อทองเกือบ 350 ตันในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2554 ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางทั่วโลกจะยังคงเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องในปี 2555
วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2555
ข่าทองคำรอบโลก 4/1/55
ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: สถานการณ์อิหร่านหนุนทองคำปิดพุ่ง $33.7
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นกว่า 33 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ (3 ม.ค.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในอิหร่านได้กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าถือครองสินทรัพย์ที่ปลอดภัย รวมถึงทองคำ นอกจากนี้ ตลาดทองคำยังได้ปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.พุ่งขึ้น 33.7 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 1,600.5 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1600.5 - 1592.0 ดอลลาร์
สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค.พุ่งขึ้น 1.657 ดอลลาร์ ปิดที่ 29.572 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนมี.ค.ปรับตัวขึ้น 9.25 เซนต์ ปิดที่ 3.5285 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย.พุ่งขึ้น 27.60 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,432.50 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค.พุ่งขึ้น 7.35 ดอลลาร์ ปิดที่ 663.50 ดอลลาร์/ออนซ์
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สัญญาทองคำนิวยอร์กทะยานขึ้นแข็งแกร่งในการซื้อขายวันแรกของปีพ.ศ. 2555 เนื่องจากกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่านได้กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ปลอดภัย รวมถึงทองคำ โดยอิหร่านขู่ว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก หลังจากที่กลุ่มประเทศตะวันตกได้ประกาศคว่ำบาตรอุตสาหกรรมพลังงานของอิหร่าน
นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐยังช่วยหนุนแรงซื้อเข้ามาในตลาดทองคำด้วย โดยดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับ 6 สกุลเงินที่เป็นคู่ค้าหลักของสหรัฐ ปรับตัวลง 0.8% แตะที่ 79.64 จุดในการซื้อขายเมื่อวานนี้
ส่วนเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ซึ่งเป็นการซื้อขายวันสุดท้ายของปีพศ. 2554 นั้น สัญญาทองคำ COMEX พุ่งขึ้น 25.9 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 1,566.8 ดอลลาร์/ออนซ์ และตลอดปี 2554 ที่ผ่านมานั้น สัญญาทองคำปรับตัวขึ้นทั้งสิ้น 10%
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นกว่า 33 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ (3 ม.ค.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในอิหร่านได้กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าถือครองสินทรัพย์ที่ปลอดภัย รวมถึงทองคำ นอกจากนี้ ตลาดทองคำยังได้ปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.พุ่งขึ้น 33.7 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 1,600.5 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1600.5 - 1592.0 ดอลลาร์
สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค.พุ่งขึ้น 1.657 ดอลลาร์ ปิดที่ 29.572 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนมี.ค.ปรับตัวขึ้น 9.25 เซนต์ ปิดที่ 3.5285 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย.พุ่งขึ้น 27.60 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,432.50 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค.พุ่งขึ้น 7.35 ดอลลาร์ ปิดที่ 663.50 ดอลลาร์/ออนซ์
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สัญญาทองคำนิวยอร์กทะยานขึ้นแข็งแกร่งในการซื้อขายวันแรกของปีพ.ศ. 2555 เนื่องจากกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่านได้กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ปลอดภัย รวมถึงทองคำ โดยอิหร่านขู่ว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก หลังจากที่กลุ่มประเทศตะวันตกได้ประกาศคว่ำบาตรอุตสาหกรรมพลังงานของอิหร่าน
นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐยังช่วยหนุนแรงซื้อเข้ามาในตลาดทองคำด้วย โดยดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับ 6 สกุลเงินที่เป็นคู่ค้าหลักของสหรัฐ ปรับตัวลง 0.8% แตะที่ 79.64 จุดในการซื้อขายเมื่อวานนี้
ส่วนเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ซึ่งเป็นการซื้อขายวันสุดท้ายของปีพศ. 2554 นั้น สัญญาทองคำ COMEX พุ่งขึ้น 25.9 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 1,566.8 ดอลลาร์/ออนซ์ และตลอดปี 2554 ที่ผ่านมานั้น สัญญาทองคำปรับตัวขึ้นทั้งสิ้น 10%
CPALL เตรียมลงทุน 3 พันลบ.เปิดสาขาใหม่-ศูนย์กระจายสินค้ารับค้าปลีกฟื้น
บมจ.ซีพีออล์(CPALL) ประเมินว่าภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในประเทศจะชะลอตัวในช่วงครึ่งปีแรกจากผลกระทบน้ำท่วมที่ส่งผลต่อสินค้าหลายประเภท โดยเฉพาะประเภทสินค้าฟุ่มเฟือย แต่ช่วงครึ่งปีหลังธุรกิจค้าปลีกน่าจะฟื้นตัวเต็มที่จากการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ
บริษัทยังมีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการฟื้นตัว โดยในปี 55 คาดว่าจะขยายสาขาเพิ่ม 500 แห่ง ใช้เงินลงทุนราว 2.5 พันล้านบาท และจะเปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ที่ จ.ลำพูนราวไตรมาส 3/55 น่าจะใช้เงินลงทุนราว 500 ล้านบาท
นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส CPALL กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกในปี 55 ช่วงครึ่งปีแรกกำลังซื้อยังคงชะลอตัวจากผลกระทบน้ำท่วม แต่จะมีบางธุรกิจยังมีแนวโน้มเติบโต เช่น วัสดุก่อสร้างจากความต้องการใช้ซ่อมแซม รวมทั้งธุรกิจอาหาร ส่วนสินค้าฟุ่มเฟือยความต้องการจะลดลง และคาดว่าจะกลับมาหลังไตรมาส 2 เป็นต้นไป ประเมินว่าภาพรวมธุรกิจค้าปลีกจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงครึ่งปีหลัง
บริษัทมีแผนเปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ที่ จ.ลำพูนในช่วงไตรมาส 3/55 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างและใช้เงินลงทุนกว่า 500 ล้านบาท ทั้งนี้ ศูนย์กระจายสินค้าดังกล่าวจะมาทดแทนศูนย์ฯที่จ.เชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันบริษัทเช่าพื้นที่อยู่ นอกจากนี้ บริษัทมีแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 500 สาขา โดยคาดว่าใช้เงินลงทุนรวมเฉลี่ย 2.5 พันล้านบาท โดยจะเน้นในพื้นที่ต่างจังหวัด เนื่องจากยังมีความต้องการอีกมาก อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่มีแผนเปิดสาขาในต่างประเทศในระยะใกล้นี้
ด้านสาขากว่า 700 แห่งที่ปิดบริการในช่วงน้ำท่วม ขณะนี้ได้ทยอยเปิดให้บริการเกือบครบหมดแล้ว ยังเหลืออีกเพียง 30-40 สาขาที่ยังปิดซ่อมแซมอยู่ โดยคาดว่าจะกลับมาเปิดให้บริการครบทั้งหมดปลาย ม.ค.นี้
บริษัทยังมีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการฟื้นตัว โดยในปี 55 คาดว่าจะขยายสาขาเพิ่ม 500 แห่ง ใช้เงินลงทุนราว 2.5 พันล้านบาท และจะเปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ที่ จ.ลำพูนราวไตรมาส 3/55 น่าจะใช้เงินลงทุนราว 500 ล้านบาท
นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส CPALL กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกในปี 55 ช่วงครึ่งปีแรกกำลังซื้อยังคงชะลอตัวจากผลกระทบน้ำท่วม แต่จะมีบางธุรกิจยังมีแนวโน้มเติบโต เช่น วัสดุก่อสร้างจากความต้องการใช้ซ่อมแซม รวมทั้งธุรกิจอาหาร ส่วนสินค้าฟุ่มเฟือยความต้องการจะลดลง และคาดว่าจะกลับมาหลังไตรมาส 2 เป็นต้นไป ประเมินว่าภาพรวมธุรกิจค้าปลีกจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงครึ่งปีหลัง
บริษัทมีแผนเปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ที่ จ.ลำพูนในช่วงไตรมาส 3/55 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างและใช้เงินลงทุนกว่า 500 ล้านบาท ทั้งนี้ ศูนย์กระจายสินค้าดังกล่าวจะมาทดแทนศูนย์ฯที่จ.เชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันบริษัทเช่าพื้นที่อยู่ นอกจากนี้ บริษัทมีแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 500 สาขา โดยคาดว่าใช้เงินลงทุนรวมเฉลี่ย 2.5 พันล้านบาท โดยจะเน้นในพื้นที่ต่างจังหวัด เนื่องจากยังมีความต้องการอีกมาก อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่มีแผนเปิดสาขาในต่างประเทศในระยะใกล้นี้
ด้านสาขากว่า 700 แห่งที่ปิดบริการในช่วงน้ำท่วม ขณะนี้ได้ทยอยเปิดให้บริการเกือบครบหมดแล้ว ยังเหลืออีกเพียง 30-40 สาขาที่ยังปิดซ่อมแซมอยู่ โดยคาดว่าจะกลับมาเปิดให้บริการครบทั้งหมดปลาย ม.ค.นี้
--อินโฟเควสท์ โดย อาชวินท์ สุกสี/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)